นายกฯ อนุทิน พา ครม. เยี่ยมให้กำลังใจทหารเหยียบทุ่นระเบิดชายแดน บอกหากเกิดเหตุรุนแรงในไทย กองทัพพร้อมเต็มที่ ด้าน “พลทหารเดชศักดิ์” เผย รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ
วันที่ 1 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 16.55 น. ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณเขตควบคุมของหน่วยฐานปฏิบัติการเอราวัณ อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขาขวาขาดจากแรงระเบิด และขาซ้ายมีแผลเปิดขนาดใหญ่ รวมทั้งกระดูกขาซ้ายแตกหักบางส่วน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาตัวภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีผวจ.สุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนรอต้อนรับ โดยนายกฯ ได้เข้าไปทักทายพูดคุยกับประชาชน ก่อนที่จะเข้าไปเยี่ยมพลทหารเดชศักดิ์
ขณะทึ่พลทหารเดชศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ และขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ขอบคุณนายอนุทิน ที่เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ ด้านนางอำคา ตรีคำ มารดาของพลทหารเดชศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาจากภูมิลำเนา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ หลังทราบข่าวรู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ดีใจที่ลูกชายยังปลอดภัย และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องประเทศชาติ ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้มอบเงินช่วยเหลือพร้อมกระเช้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พลทหารเดชศักดิ์ และครอบครัว พร้อมแสดงความห่วงใยและอวยพรให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว
...
บอกเกิดเหตุรุนแรงในไทย กองทัพพร้อมเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้สถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันจะมีความตึงเครียด และอาจมีการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชา ทหารไทยยังคงอดทนและยึดมั่นในกฎกติกาสากลอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ขอยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ที่อาจมีการสร้างกระแสเพื่อเพิ่มยอดผู้ชม ขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานกองทัพและภาครัฐเป็นหลัก
ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุไฟไหม้และระเบิดบริเวณคลังแสง ตชด.21
จากนั้นเวลา 17.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดภายในคลังสรรพาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21
จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้และระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีที่มาเริ่มจากเพลิงไหม้ภายในบริเวณคลังแสง ซึ่งเจ้าหน้าที่เวรยามตรวจพบเปลวไฟก่อน และได้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ จากนั้นจึงเกิดการระเบิดต่อเนื่องตามมา พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติหน้าที่เวรยามอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ตามแนวชายแดน
ทั้งนี้ จากการสันนิษฐานคาดว่าอาจเกิดจากการปะทุของอุปกรณ์หรือเครื่องจุดระเบิดภายในคลัง เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ประกอบกับอาวุธที่เก็บรักษาไว้ในบริเวณดังกล่าวอาจมีอายุการใช้งานมานานและเสื่อมสภาพ เพราะเป็นพื้นที่ที่ก่อสร้างมานานกว่า 39 ปี โดยจุดที่เกิดเหตุ มี 2 คลังจาก 7 คลัง โดยใช้เก็บกระสุนปืนและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวลือที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในพื้นที่ต่อไป