“วิโรจน์” แนะรัฐบาลวางท่าทีให้รอบคอบ อย่าผลีผลามหลังสหรัฐฯบุกอิหร่าน อ่านเกม “ธรรมนัส” ต้องการร่วม ไม่ใช่ล้มรัฐบาล
วันที่ 1 มี.ค.2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์โลกที่สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล บุกโจมตีอิหร่าน ว่า ต้องยอมรับว่า การปฏิบัติการทางทหารสหรัฐฯ ในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่อนข้างมีความเด็ดขาดทุกครั้ง ทั้งปฏิบัติการทางการทหาร หรือสงครามการค้า (Trade War) ไทยเราน่าจะต้องวางบทบาทท่าทีให้เหมาะสม โดยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการสากล มีความจำเป็นที่ต้องละเอียดรอบคอบอย่างมาก คือไม่ใช่ว่ากลัวเสียจนทำลายหลักการสากล และไม่สนใจกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ผลีผลามที่จะไปเลือกข้างว่าใครถูกใครผิด
แซวให้แมว 3 ตัวแบกครม.
นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลด้วยว่า อย่างที่รู้กันว่า เป็นระบบโควตา ใช้บริการของ 3 ทหารเสือเป็นฉากหน้า คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นอกนั้นก็เป็นระบบเหมือนเดิม คือขอเรียกว่าเกลี่ยสัดส่วนขี้แมวแล้วกัน มาจัดสรรให้ทั้ง 3 คน แบกภาระหน้าฉากไป ส่วนหลังฉากจัดสรรตามโควตามุ้ง ไม่ได้จัดสรรคนจากความรู้ความสามารถ ซึ่งใครๆ ก็มักบอกว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีปัญหา แต่ตนว่า พรรค ภท. ก็มีปัญหา โดยภูมิใจไทยแท้ ๆ มีประมาณ 70 คน อีกร้อยกว่าคน ดูดเอามุ้งการเมืองต่างๆ เข้ามารวม ในใจอาจไม่ได้สีน้ำเงิน แต่ว่าใส่แจ็คเก็ตสีน้ำเงินเท่านั้นเอง ภูมิใจใหม่ ก็น่าจะต้องพยายามต่อรองภูมิใจแท้ สุดท้ายหน้าตา ครม. หากตัดสัดส่วนขี้แมว 3 คน ออกไป โดย ครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นความหวัง ถ้าเป็นทีมฟุตบอล ก็เหมือนทั้งทีมมีแค่ 3 คน เป็นตัวชูโรงบาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด
...
300 เสียง ไม่ง่าย บ้านใหญ่อาจแข็งข้อ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย มีแบ็กอัป และโค้ชดี เสียงในสภาฯ ก็มีเกือบสามร้อยเสียงบวกลบ จะทำงานง่าย อยู่ราบรื่นครบ 4 ปี เลยหรือไม่ นายวิโรจน์ตอบว่า ถ้าเป็นยุคภูมิใจไทยแท้ ๆ ที่มี 70 กว่าเสียง แบบนั้นทำงานง่ายจริงๆ เพราะทั้งหมดทั้งมวลเขาอยู่ภายใต้การควบคุมของปราสาทสายฟ้า เขาเหิมเกริมไม่ได้ ถ้าถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงก็อาจจะจบ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างน้อยร้อยกว่าคนเขาพึ่งพาทรัพยากรตัวเองเป็นหนึ่งในตองอูในพื้นที่บ้านใหญ่เหมือนกัน จึงไม่รู้รอบนี้ใครพึ่งใคร เขาจึงมีอำนาจต่อรอง เป็นเมืองประเทศราชมีกองกำลังทหารของตนเองเหมือนกัน คือพร้อมส่งบรรณาการให้ แต่จะต้องได้อะไรมาบ้าง เช่น เขาต้องการได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองประเทศราชต่างๆ ถ้าไม่ได้ตามนั้นเขาก็อาจจะแข็งเมืองก็ได้
“ในระยะสั้นขี้ใหม่หมาหอม ไม่มีปัญหาหรอก แต่ระยะยาวขี้เก่าหมาแกว แล้วหมาก็อาจจะมีเอาขาหลังเขี่ยแล้ว เพราะขี้เก่า มันไม่ได้หอมเหมือนเดิม 300 เสียงก็อาจจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด” นายวิโรจน์กล่าว
อ่านเกม ผู้กองต้องการร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่ามีแนวโน้มว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะได้เป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาชน จะทำให้ฝ่ายค้านแข็งแกร่งขึ้น จนรัฐบาลภูมิใจไทยอยู่ยากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ต้องอ่านเกม ร.อ. ธรรมนัส ให้ออก เขาไม่ต้องการล้มรัฐบาล เขาเป็นเหมือนกิ๊กที่อยากจะชิงบ้านจากเมียหลวง เขาจะไปทำร้ายตัวผู้ชายทำไม เขาต้องการทิ่มพวกเมียหลวงซะเพื่อให้ผู้ชายพาเขาเข้าบ้าน การจะบอกว่า ร.อ. ธรรมนัส มาเป็นฝ่ายค้านแล้วจะทำให้ทางฝ่ายนายอนุทินจะอันตรายนั้นไม่ใช่เลย เพราะตนคิดว่า อันตรายทั้งสองฝั่ง คือฝ่ายค้านจะเชื่อข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ จริงหรือไม่ อาจจะเอาข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้างมาให้ฝ่ายค้านโดนนายอนุทินฟ้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือไม่ก็สู้ไปสู้มาสู้ไม่สุด พอนายอนุทินยาหอม ก็ถอนแล้ว เพราะเขาต้องการร่วมรัฐบาล เขาไม่ต้องการล้มรัฐบาล ถูกหรือไม่ ต้องอ่านวัตถุประสงค์ให้ออก คนที่อยากร่วมรัฐบาลมันจะรบให้สุดไม่ได้ ต้องรบเพื่อเจรจา
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า ที่มีข่าวเรื่องการหยิบเรื่องเลือกตั้งโมฆะ ขึ้นมาขู่ อาจไม่ได้จะล้มรัฐบาลจริงๆ นายวิโรจน์กล่าวว่า พอนายอนุทินแต่งทูตมา ก็เสียงอ่อนแล้ว และอย่าลืมว่า ทั้งคู่ทำงานภายใต้ใบอนุญาตใบที่ 2 ของกลุ่มจารีต ถ้ากลุ่มจารีตสั่งมาแล้ว จะกล้าเสียงแข็งหรือ