“หมอวาโย” เปิดความมุ่งหมายรัฐธรรมนูญ 2560 เรื่องลับไม่ลับ ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ ต้องตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ว่าเลือกใคร เย้ย มันจบแล้วครับ กกต.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมข้อความว่า “มันจบแล้วครับ กกต.”
นพ.วาโย ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ปรากฏผู้คนมากมายพยายามตีความความหมายของคำว่า “ลับ” ตามรัฐธรรมนูญ อย่างหลากหลาย ทว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพิ่งจะถูกยกร่างและประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2560 นี้เอง ดังนั้น พยานหลักฐานที่บันทึกถึงเจตนารมณ์ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงยังคงอยู่และหนักแน่นอย่างยิ่ง ได้ปรากฏ “ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560” โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ หน้าที่ 140 ถึง 141 ซึ่งได้อธิบายคำว่า “การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่า การลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่ “บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด ดังนั้น คำว่า “บุคคลอื่น” ย่อมหมายถึง บุคคลใดๆ ซึ่งมิใช่ผู้ออกเสียงลงคะแนนทั้งสิ้น ดังนั้น กกต. เองย่อมเป็น “บุคคลอื่น” ตามนัยแห่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน
นพ.วาโย โพสต์ว่า คำว่า “ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ย่อมหมายถึง ความลับของการลงคะแนนเสียงนั้นจะต้องดำรงอยู่ทั้งขณะที่กำลังออกเสียงลงคะแนนและคงอยู่ภายหลังจากนั้น “ตลอดไป” และจะต้องไม่มีวิธีการใดที่จะ “ตรวจสอบได้” เช่นนี้ การที่ปรากฏรหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ลงคะแนนเสียงคนใดได้ลงคะแนนเสียงว่าอย่างไร จึงมิใช่การลงคะแนนเสียงโดยลับตามนัยและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
...