“เพื่อไทย” ขยับแรงโควตา 5 เก้าอี้ว่าการ ช่วย 3 “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” มาตามนัดนั่งรัฐมนตรี มุ่งเป้าดึง สส. พื้นที่เกรดเอเสียบ รมช. กู้คะแนนนิยม
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังการประชุมร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมเริ่มต้นทำงานทันทีที่สภาเปิด โดยถือว่างานนิติบัญญัติคือ “กระดูกสันหลัง” ของการเปลี่ยนประเทศ
นายยศชนัน ระบุว่า พรรคเตรียมยื่นร่างกฎหมายใน 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย New Growth Engine สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยนวัตกรรม Modern Security ความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ Transparent Rules ออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใสและทันสมัย Infrastructure for All โครงสร้างพื้นฐานที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้รับจัดสรรสัดส่วนรัฐมนตรีรวม 8 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 ตำแหน่ง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
สำหรับตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง รมว. ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเป็น 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พ่วงด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำคนสำคัญ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมในการวางตัวลงแต่ละกระทรวง
...
ในส่วนของ รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) 3 ตำแหน่ง คาดว่าอยู่ที่เกษตรฯ 2 และศึกษาฯ 1 พรรคตั้งเป้าคัดเลือก สส. ที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เพื่อนำปัญหาประชาชนมาแก้ไขโดยตรง โดยมีรายชื่ออยู่ในตะกร้าพิจารณา คือ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม 5 สมัย อดีต รมช. ผู้มากประสบการณ์ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ผลงานเด่นในพื้นที่โคราช นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร 4 สมัย บ้านใหญ่ผู้กว้างขวางในพื้นที่ นายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี หนึ่งเดียวของพรรคในเขตปริมณฑลรอบ กทม. ตัวแทนจาก จ.อุดรธานี: ในฐานะจังหวัดที่กวาดเก้าอี้ สส. ได้เป็นกอบเป็นกำ
การตัดสินใจร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อตอกย้ำความสามารถในการบริหารและดึงคะแนนนิยมจากประชาชนให้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมในการเลือกตั้งครั้งหน้า