“เต้ มงคลกิตติ์” เผยความลับ “ธรรมนัส” เคยชวนซบพรรคกล้าธรรม เตรียมท้าชน “ชัชชาติ” กางโปรเจกต์กรุงเทพฯ บินได้ ส่งตัวแทนชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. ส่วนตัวเองคิดใหญ่ ตั้งเป้านั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 34
“ผมมันประเภทเทพไม่รวมกลุ่ม... ไอเดียผมถ้าไปอยู่ใต้อาณัติใคร มันจะไม่มีเสรีภาพ”
น้ำเสียงมั่นใจสไตล์ “เต้ พระราม 7” หรือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยังคงเป็นเอกลักษณ์ ในวันที่เขาขยับตัวครั้งใหม่หลังพายุการเลือกตั้งปี 2569 สงบลง ท่ามกลางรอยร้าวกับพรรคเก่า ดีลลับกับบิ๊กนักการเมือง และโปรเจกต์ “เขย่ากรุง” ที่ฟังแล้วต้องขยี้หูขยี้ตาซ้ำ นี่คือบทสัมภาษณ์พิเศษที่เผยทุกหน้าไพ่ของชายที่ชื่อ “เต้ มงคลกิตติ์” ในรายการ Thairath Politics
รอยร้าว “ทางเลือกใหม่” เมื่อ “พี่เต้” ถูกสั่งพักงาน?
ประเด็นร้อนที่หลายคนสงสัย คือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ที่ล่าสุดดูเหมือนจะเดินกันคนละทาง ทั้งที่ “เต้” คือแม่ทัพหลักในการหาเสียงจนพรรคคว้า สส. ปาร์ตี้ลิสต์มาได้ 1 ที่นั่ง ส่งนายราเชน ในฐานะปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 ของพรรคเข้าสภา
...
“วันนี้เขาเป็น สส. ได้เพราะผม” เต้ มงคลกิตติ์ เปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมขยายความว่าถูกสั่งยุติบทบาทภายในพรรค เพราะความคิดไม่ตรงกันหลายเรื่อง รวมถึงการเข้าร่วมรัฐบาลที่ผ่านการพูดคุยและตกลงกันของกรรมการบริหารพรรคทางเลือกใหม่ โดยในที่ประชุมไม่มี เต้ มงคลกิตติ์ และไม่เคยได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมประชุม เหมือนกับตอนที่มาชวนให้ไปช่วยหาเสียงจนได้ สส. 1 เก้าอี้
“ผมเป็นคนหาเสียงทั้งพรรคคนเดียว แต่พอจะร่วมรัฐบาลกลับไม่เรียกผมประชุม มันเสียมารยาท ถ้าเขาอยากให้ผมเป็นที่ปรึกษาเดินเกมต่อ เขาต้องมาคุยกับผม ไม่ใช่ผมไปหาเขา ถ้าศักยภาพน้อย ดีลอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นไอ้หมาน้อย” ที่ไม่สามารถชักชวนให้พรรคเล็กที่รวมกลุ่มกันเข้าร่วมต่อรองเป็นรัฐบาลคล้อยตามนโยบายที่ต้องการผลักดันได้
ความลับ “กล้าธรรม” และคำปฏิเสธต่อ “ธรรมนัส”
อีกหนึ่งบิ๊กเซอร์ไพรส์ในการสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ คือ เส้นสายที่แน่นปึกกับอดีตบิ๊ก “พรรคประชาธิปัตย์” ที่เขาเคยเข้าไปช่วยงานนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรค ที่เต้ มงคลกิตติ์ออกตัวว่า สนิทและมีบุญคุณต่อกัน แต่สุดท้ายก็ต้องโบกมือลา เพราะการเปลี่ยนผ่านภายในพรรคประชาธิปัตย์ และตัวเขาไม่ได้เป็นที่ต้องการของทีมบริหารใหม่ที่ประกาศตัวมากอบกู้พรรคและได้แรงหนุนจากสมาชิกพรรคในเวลานั้น เป็นที่ให้เต้ มงคลกิตติ์ ต้องก้าวออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ตามนายเฉลิมชัย
แต่ที่แซบกว่านั้นคือดีลลับกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคกล้าธรรม “ผู้กองธรรมนัสเคยชวนผมไปอยู่ด้วย ให้ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 4 เลยนะ” เต้เผยความลับที่ไม่มีใครรู้ แต่เขากลับปฏิเสธโอกาสทองนั้นไป
“ผมตอบปฏิเสธผู้กองธรรมนัสไป ด้วยเหตุผลเฉพาะตัว ที่ผมอยู่ใต้อาณัติใครไม่ได้หรอก เพราะนโยบายผมมันล้ำหน้า ถ้าไปอยู่พรรคใหญ่ นายทุนหรือคนรุ่นเก่าเขาก็จะคัดค้านว่าทำไม่ได้ สุดท้ายนโยบายผมจะถูกตัดทิ้ง ผมเลยขอสร้างทางของตัวเองดีกว่า”
ซึ่งทั้งหมด เต้ มงคลกิตติ์ ระบุว่า เกิดขึ้นระหว่างไปร่วมงานแต่งงานคนใกล้ชิดของผู้กองธรรมนัส และเป็นการพูดคุยกันต่อหน้านายเฉลิมชัย
ท้าชน “ชัชชาติ” ส่งทีมสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. 2569
เมื่อประตูสภาปิดชั่วคราวหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ เต้ มงคลกิตติ์ จึงหันมาเปิดหน้าสู้บนกระดานท้องถิ่น เตรียมส่งทีมลงชิงชัย ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ครบ 50 เขต แม้ตัวเขาจะลงสมัครผู้ว่าฯ เองไม่ได้เพราะติดเรื่องทะเบียนบ้านที่ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ครบ 1 ปี ตามคุณสมบัติ แต่เขาประกาศตัวเป็น “ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ” ที่จะเป็นคนคุมบังเหียนนโยบายทั้งหมด
เขาวิจารณ์การทำงานของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทm.คนปัจจุบัน อย่างเผ็ดร้อนว่าแก้ปัญหาไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 และการจราจร พร้อมกางโปรเจกต์สุดล้ำที่กลายเป็นไวรัลทันทีที่เปิดเผย ออกมา อย่างเช่น
- กรุงเทพบินได้ ที่เตรียมนำเข้ารถยนต์บินได้ (EV Flying Car) มาเป็นแท็กซี่และรถส่วนตัว นำร่อง 500-1,000 คันในปีแรก, 10,000 คันในปีที่ 2 และยกระดับเป็น 100,000 คันในปีที่ 3 และ 500,000 คัน ทิ้งทวนวาระผู้ว่ากทม.ในปีสุดท้าย เพื่อแก้ปัญหาการจราจรบนภาคพื้นดิน
- คลองแสนแสบดื่มได้ นโยบายนี้จะใช้โมเดลสวิตเซอร์แลนด์ บังคับใช้กฎหมายบำบัดน้ำเสีย 100% ลอกคลองใหม่ทั่วกรุงเทพฯ มั่นใจภายใน 4 ปี น้ำใสจนตักดื่มได้ และจะจัดโซนนิ่งให้คนกรุงลงไปอาบน้ำในคลองช่วงเย็น
- สร้อยไข่มุกอ่าวไทย สร้างเกาะเทียม 9 เกาะ กั้นน้ำเค็มหนุน แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวรโดยให้เอกชนลงทุน 100% พร้อมทำ Entertainment Complex หาเงินเข้า กทม. มากกว่ารัฐบาล 3 เท่า แม้นโยบายนี้ ตัวเองจะไม่ได้คิดเอง แต่อาศัยไอเดียจากโครงการที่ยังทำไม่เคยสำเร็จมาต่อยอด แต่ขอให้เชื่อมั่นว่า ผู้ชายที่ชื่อ เต้ มงคลกิตติ์ จะทำได้
“ใครจะบอกว่าเพ้อเจ้อก็ช่าง แต่ในฐานะวิศวกร ผมบอกเลยว่าทำได้หมด ถ้าเรากล้าบังคับใช้กฎหมายและกล้าคิดนอกกรอบ”
เขาทิ้งท้ายด้วยมาตรการเด็ดสำหรับข้าราชการ กทม. ยุค “เต้ พระราม 7” คือทุกคนต้องแข็งแรง ต้องวิดพื้นทดสอบสมรรถภาพเป็น KPI และสนับสนุนให้คนกรุง “ปั๊มลูก” ตามช่วงเวลาที่กำหนดวันละ 2 รอบ คือ 2 ทุ่มครึ่ง ถึง 3 ทุ่ม และตี 5 ถึง 6 โมงเช้า เพื่อเพิ่มประชากร โดยมีกทม.จะสนับสนุนงบประมาณการเลี้ยงดู ซึ่งจะหาเงินเพิ่มเติมจากกาสิโนถูกกฎหมาย ที่กำหนดให้ต่างชาติที่มีเงิน 20-100 ล้าน เล่นเท่านั้น
“เต้ มงคลกิตติ์” คิดใหญ่ ตั้งเป้านั่งเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีคนที่ 34
ความฝันที่คนมองว่าเพ้อเจ้อของ เต้ มงคลกิตติ์ ไม่ได้หยุดแค่ กทม. เขาประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ เตรียมส่งผู้สมัคร สส. 400 เขต ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีเป้าหมายชัดเจน
“อนาคตผมคือ นายกรัฐมนตรีคนที่ 34 ส่วนคนที่ 33 ยกให้คุณอนุทิน (ชาญวีรกูล) เขาไปก่อน ถ้าเขาตั้งได้ก็เป็นไป แต่ถ้าไม่ได้... ก็เป็นอ.เชน”
การขยับตัวครั้งนี้ของ “เต้ มงคลกิตติ์” จะเป็นเพียงความฝันกลางฤดูร้อน หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองไทย... เวลาจะเป็นคำตอบของทุกอย่าง
ติดตามสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ เต้ มงคลกิตติ์ ได้ในคลิปรายการ Thairath Politics
ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี