“สุชาติ” ส่งทนายแจ้งความ “ไอซ์ รักชนก” ข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เผยสัปดาห์หน้าฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 50 ล้าน ปัดฟ้องปิดปาก แต่เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรี


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบอำนาจให้ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความหัวหน้าทีมกฎหมาย นำหลักฐานที่เป็นข้อความจากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ นางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่โพสต์ทำนองว่า “ก็ดีจะได้เรียกได้เต็มปากว่า ไอ้รัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง” และมีการไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ข้อความว่า “คนเฮ้งซวย” โดยโพสต์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังจากที่มีมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยชี้ขาดไม่นับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดชลบุรี และยังตั้งค่าเป็นสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยข้อหาที่มาแจ้งความคือ ข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ข้อความที่ น.ส.รักชนก ไปพิมพ์ว่าคนเฮ้งซวย คำว่าเฮ้ง คือชื่อเล่นของคุณสุชาติ และจากการตรวจสอบยังพบว่า คุณไอซ์ มีการไปแก้ไขคอมเมนต์ดังกล่าวออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ความผิดมันได้เกิดขึ้นแล้ว และผู้เสียหายได้เห็นข้อความนั้นแล้ว จึงนำมาสู่การแจ้งความในวันนี้

...

ทนายความเผยต่อไปว่า ที่ผ่านมา นายสุชาติ อดทนอดกลั้นต่อคำวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เพราะก่อนหน้านี้หลายเคสที่มีการกล่าวหา แต่ทางทีมกฎหมายก็ปรึกษากันว่าให้มองเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอให้การเลือกตั้งนั้นผ่านพ้นไปก่อน แต่การโพสต์ของ น.ส.รักชนก ในครั้งนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวนายสุชาติ และวันนี้ก็ได้ปรากฎให้เห็นแล้วว่า กกต. มีการรับรองการเลือกตั้ง และมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว รวมถึงยังไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ระบุว่า นายสุชาติ ทุจริตการเลือกตั้ง ก็แสดงให้เห็นว่า นายสุชาติ ไม่ได้เป็น สส. หรือรัฐมนตรีจากการโกงการเลือกตั้ง

“ยืนยันการแจ้งความวันนี้ไม่ใช่การปิดปาก แต่เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณสุชาติ และมันเป็นผลของการกระทำของคุณ ถ้าคุณไม่ทำ ปัญหาก็ไม่เกิด และหลังจากนี้หากมีการโพสต์ในลักษณะเชิงหมิ่นประมาทอีก ก็จะดำเนินการแจ้งความในความผิดหลายกระทงเพิ่ม” 

ส่วนกรณีประชาชนที่มีการแชร์หรือคอมเมนต์ในลักษณะการหมิ่นประมาท เบื้องต้นทนายความขอไปรวบรวมหลักฐานก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่ นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้า ทีมทนายความจะนำหลักฐานดังกล่าวไปฟ้องตรงต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง สูงถึง 50 ล้านบาทด้วย.