“ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์” เชื่อ เป็นตัวเอง ถูก กกต.ร้องเอาผิด สังเกตการณ์เลือกตั้ง เขตคันนายาว ยืนยัน ไม่ได้ขัดขวาง แต่อาจถูกมองเข้าไปกดดัน หลังจี้ถาม 2 คำถามใหญ่ ผอ.กกต.กทม. วอน เคลียร์ให้ชัดไม่ใช่ฟ้องปิดปากประชาชน ย้ำ ตั้งคำถามโดยสุจริต 


วันที่ 25 ก.พ. 2569  ภายหลังนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อภาคประชาชนว่าใครบ้างที่ กกต.ร้องเอาผิด แต่หากย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา หนึ่งในบุคคลที่ เข้าไปจับตาและมีการเข้าไปสอบถามถึงข้อสงสัยต่างๆ และเผชิญหน้าโดยตรงกับ ผอ.กกต.กทม. คือ  นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที


ล่าสุดทีมข่าวไทยรัฐทีวีได้คุยกับนายธนารัตน์  โดยเบื้องต้น บอกว่า “เชื่อว่าเป็นตัวเอง” ก่อนกล่าวต่อว่า  อยากให้ออกมาตอบคำถามเรามากกว่าแจ้งความจับประชาชน เพราะความสงสัยของประชาชนไม่ได้แก้ปัญหาได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้เราคลายความกังวลอะไรได้เลย ยิ่งกว่านั้นทำให้เรากังวลมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งเราไม่อยากเห็นภาพแบบนี้

...


นายธนารัตน์ กล่าวว่า ตนเคยพยายามสื่อสารมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.แล้วว่า ไม่ได้จะมาทดลองอะไรเลย และวันนั้นกล้องที่พกไปก็เป็นแค่กล้องตัวเล็กๆ ไม่มีกำลังซูมอะไรเลย จะมาบอกว่าไปซูม แล้วถอดเอาความลับอะไรออกมายิ่งไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งส่วนตัวสงสัยอยู่เหมือนกันว่ามีชื่อตัวเองจริงหรือไม่แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อมาจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด


นายธนารัตน์ เล่าย้อนถึงเหตุการณ์วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ตนแค่อยากไปดูเฉยๆ ว่าบัตรเลือกตั้งเปลี่ยนหรือไม่ ส่วนเรื่องถอดรหัสอะไรแบบนี้ไม่สนใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าตามหลักการมันถอดได้ ส่วนประเด็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ นายธนารัตน์ ระบุว่า เดี๋ยวรอดูข้อกล่าวหาก่อน แต่ยืนยันว่าวันนั้นไม่ได้ขัดขวางอะไรเลย มีเพียงการเข้าไปพูดคุย ผอ.กกต. กทม. แต่ขณะนั้นท่านเองไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อะไร อยู่ระหว่างการเดินสังเกตการณ์อยู่เฉยๆ ซึ่งก็อยู่นอกบริเวณเส้นกั้นตลอดเวลาด้วย และเราเองก็ไม่ได้ถ่ายรูปเข้าไปในเส้นกั้นสีเหลืองเลย ส่วนรูปที่โพสต์เอามาจากพี่ๆนักข่าวทั้งนั้น


นายธนารัตน์ ย้ำว่า วันดังกล่าวไม่ได้ขัดขวางอะไร แต่อาจทำให้ท่านรู้สึกกดดันหรือไม่ เพราะว่าได้ไปจี้ถาม 2 คำถามใหญ่ๆ จาก ผอ.กกต. กทm. ว่า มีอำนาจใดถึงมาห้ามประชาชนถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้กา เพราะว่า พ.ร.ป. การเลือกตั้ง สส. มาตรา 97 เขียนไว้ว่า ห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนน เพราะฉะนั้นแล้วยังไม่มีการลงคะแนน ควรจะสามารถถ่ายรูปได้ พอไปถามเช่นนี้ ท่านบอกว่าไม่มีแต่อยากให้เป็นความสบายใจของภาคประชาชน ตนจึงตอบกลับไปว่าภาคประชาชนอยากสบายใจจึงถ่ายรูป แต่ท่านก็บอกว่าไม่ได้ เพราะไม่ได้มีแค่ภาคประชาชนแต่มีหน่วยงานอื่นด้วยเดี๋ยวไม่สบายใจด้วย อีกประเด็นที่ท่านบอกคือบัตรเลือกตั้งแม้จะยังไม่ได้ลงคะแนนแต่เป็นเอกสารทางราชการ เอกสารลับ ดังนั้นการทำสำเนา ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งก็เขียนไปอีกว่าท่านไม่มีอำนาจ ซึ่งทั้งหมดนี้มองว่าอาจเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ จนรู้สึกว่าต้องดำเนินคดีหรือไม่


อีกประเด็นคือเป็นการเข้าไปกดดันประเด็น QR Code หากท่านบอกว่ามีการทำไว้ตรวจบัตรปลอม ในขั้นตอนการนับคะแนน ซึ่งขณะนั้นที่ถามไปขณะนับคะแนนของหน่วยที่ 10 เขตคันนายาว เห็นมีการตรวจ QR Code เลย ท่านทราบหรือไม่ว่าบาร์โค้ดหรือ QR Code ที่ใช้สำหรับตรวจบัตรปลอมทำในขั้นตอนใด ถ้าไม่ทำในขั้นตอนการนับคะแนนนั้นแปลว่าการนับคะแนนทั่วประเทศไม่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งท่านก็บอกว่าไม่ทราบ พอถามอีกว่าแล้วจะนับเมื่อไหร่ ทราบหรือไม่ว่าใช้โปรแกรมอะไร ซื้อในโครงการไหน รวมถึงใช้อุปกรณ์พิเศษใดในการอ่าน ท่านก็บอกมาว่า “ไม่ทราบ”


ทั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นการปิดปากภาคประชาชน ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีเหตุจำเป็นอะไรถึงมาทำแบบนี้ แต่ส่วนตัวขอยืนยันว่าการตั้งคำถามทั้งหมดนี้เป็นการตั้งคำถามโดยสุจริตในฐานะประชาชน และมองอีกว่าทุกคนก็สงสัยไม่ต่างไปจากตนเองเช่นกัน


พร้อมทิ้งท้ายฝากถึง กกต.ด้วย ว่าอยากให้ออกมาสื่อสารกับประชาชนเยอะๆ เพราะปัญหาเยอะมาก รวมถึงความเร่งรีบที่ผิดปกติ ซึ่งทุกคนรู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันไม่ปกติ เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากรอ กกต. ชี้แจงอย่างเดียว แต่ กกต. ไม่ชี้แจงอะไรเลย แล้วพอใครสงสัยมาก แล้วไปขอคำตอบด้วยตัวเองกลับถูกดำเนินคดี การกระทำครั้งนี้มันไม่แฟร์


ส่วนกรณีที่ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ท่ามกลางข้อสงสัยหลายประเด็นนั้น  นายธนารัตน์ กล่าวว่า หลายคนตั้งคำถามโดยเฉพาะนางสาวนันทนา นันทาวโรภาส สว. ที่ระบุว่าการรับรองผลการเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า จะต้องไม่มีเรื่องร้องเรียน ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ใน 3 ศาล ฉะนั้นการประกาศรับรองผลเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเร่งรีบผิดปกติและไม่น่าจะถูกต้อง