“ปริญญา” ถาม กกต. มั่นใจใช่หรือไม่ เลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม หลังใช้เวลา 17 วันประกาศรับรองผล งงสังคมยังไม่รู้สรุปมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกี่คน ด้าน “คุณหญิงสุดารัตน์” จ่อ ยื่นศาลเอาผิด


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ก.พ.2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ

โดย น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป. และเลขาธิการ P-Net กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต.มีเวลาที่จะชี้แจงและทำความเข้าใจตามข้อร้องเรียนต่างๆ แต่ กกต.ดูเหมือนละเลยไม่สนใจ พร้อมทั้ง กกต. ประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง 396 เขตท่ามกลางคำร้องมากมาย ทำให้เกิดคำถามว่าผลการเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความสุจริตเรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน

ถามมั่นใจแน่หรือว่าสุจริต-เที่ยงธรรม

ด้าน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงมาตรา 127 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 กำหนดไว้ว่า ขอให้ กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นและมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คำถามคือ กกต.ตรวจสอบเพียงพอแล้วมั่นใจว่า การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมแล้วใช่หรือไม่ เพราะปัจจุบัน กกต.ยังไม่ตอบคำถามเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ไม่อยู่ใน TOR ทั้งนี้ การป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต.ที่ทำเครื่องหมายได้ แต่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่มีรันนิ่งนัมเบอร์ไม่ใช่เครื่องหมาย แต่เป็นการตรวจสอบว่าใครเลือกใครได้ แม้ต้นขั้วจะไม่มี แต่ก็รู้ได้ว่าใครเลือกใคร

...

รวมถึงปัญหาบัตรเขย่งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ตามรัฐธรรมนูญให้เวลา 60 วันเพื่อให้ กกต.ตรวจสอบเต็มจนมั่นใจว่าสุจริตและเที่ยงธรรม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 17 วัน ถือเป็นเวลาที่สั้นมาก หากเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 66 ที่ใช้เวลาถึง 37 วัน ทั้งที่ประชาชนยังมีข้อสงสัยบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด และบัตรเขย่งอยู่

ชี้ผิดปกติ รับรองก่อนแจ้งผู้ใช้สิทธิ

ข้อที่เป็นเรื่องใหญ่มากจนบัดนี้คือ คนไทยไปเลือกตั้งทั้งหมดในวันที่ 8 ก.พ.69 มีกี่คน กกต.ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งผิดปกติ เพราะทุกครั้งจะเป็นเรื่องแรกที่ กกต.ประกาศ โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งครั้งก่อน นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต.ประกาศว่ามีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 75% เพื่อที่จะได้รู้ตัวเลขบัตรดี บัตรเสีย และรู้จำนวนตัวเลขบัตรที่เหลือ ซึ่งรอบนี้เราไม่ทราบ ทราบเพียงว่ามีการทำลายจนทำให้การเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยมีการพิมพ์บัตรใหม่ ทั้งที่มีการประกาศการนับผลคะแนนไปประมาณ 94%


“วันนี้มีการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. 396 เขต แต่เรายังไม่ทราบว่ามีคนเลือกตั้งกี่คน บัตรเหลือกี่ใบ กกต.ต้องทำให้หายสงสัยก่อนถึงค่อยประกาศรับรอง การที่ กกต. เร่งประกาศ เมื่อประกาศผลไปแล้วการคัดค้านผลการเลือกตั้งว่าสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือไม่ จะอยู่ที่ศาลฎีกา คล้ายกับคดีฮั้ว สว. ประกาศรับรองไปแล้วให้อำนาจ กกต. ในการพิจารณาว่าจะส่งศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่”

แฉคดีฮั้ว สว.ยังไม่ส่งศาลแม้แต่รายเดียว

นายปริญญา กล่าวต่อว่า ในคดีฮั้ว สว.ผ่านไป 1 ปี 7 เดือน กกต.ยังไม่ส่งให้ศาลฎีกาแม้แต่รายเดียว ที่ส่งไปมีแต่ผู้สมัคร สว.ที่สอบตก จึงตั้งคำถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำแบบเดียวกันกับการเลือก สว.ใช่หรือไม่ ซึ่งถือว่าไม่เป็นผลดีต่อการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เราเห็นต่างกันได้ เลือกคนละพรรคการเมือง เลือกผู้สมัครคนละคนได้ แต่ทุกอย่างจบที่หีบบัตรเลือกตั้ง คะแนนทุกใบต้องได้รับการนับอย่างเที่ยงธรรม ประชาชนต้องเชื่อถือต่อความเที่ยงธรรมในการนับคะแนน

ถามตกลงคนไทยไปเลือกตั้งกี่คน

ดังนั้นสิ่งแรกที่ กกต.ต้องตอบคำถามคือ ตกลงแล้วมีคนไปเลือกตั้งกี่คน บัตรเขย่งในเขตที่ประกาศตกลงแล้วยังเขย่งอยู่หรือไม่ หากสงสัยตรวจสอบได้ด้วยบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เรามีสิทธิที่จะไปร้องคัดค้านต่อ กกต. แต่ กกต.ไม่จำเป็นต้องรอให้คนมาคัดค้าน เรื่องพวกนี้ควรจะทำก่อนการประกาศรับรองผล แม้รับรองไปแล้วก็เป็นเรื่องที่พึงจะทำ เพราะขั้นตอนถัดไปก็จะมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้การประชุมสภาฯ ครั้งแรกเริ่มต้นได้

ฉะควรเอาประชาชนเป็นพวก ไม่ใช่ไล่ฟ้อง

“กกต.ต้องเข้าใจว่าทุกคนในที่นี้ ไม่ได้มีความตั้งใจมารวมตัวกัน หากการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เอาประชาชนเป็นพวก ไม่ใช่ฟ้องประชาชนดังที่ทำ เราพร้อมเป็นพวกเพื่อรักษาการเลือกตั้งให้เที่ยงธรรมและสุจริต” นายปริญญากล่าว

นายปริญญา ยังเรียกร้อง สส.ชุดใหม่และ สว. แก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.กันหลายมาตรา ทั้งเรื่องที่ประชาชนสามารถฟ้องตรงได้ หาก กกต.ไม่ดำเนินการ และรายละเอียดในบัตรเลือกตั้ง

ห่วงความศรัทธา กกต. ลดฮวบ

จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะภาคประชาชนตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง กล่าวว่า วันนี้เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งมีข้อกังวลและข้อห่วงใยต่อการจัดการเลือกตั้ง ที่มีข้อกังขาว่าสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งรัดในการรับรอง สส. ที่ใช้เวลา 17 วัน ความเร็วเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าความเร็วนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ประชาชนหมดข้อกังวลถึงจะสามารถทำให้เกิดความมั่นใจและศรัทธา ที่เราเรียกร้องกันวันนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจต่อ กกต. แต่อยากเรียกร้องว่า กกต. มีหน้าที่ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งมีผลต่อความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และมีผลต่อความน่าเชื่อถือต่อนานาชาติ

มองยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์

โดย กกต. ต้องตอบคำถามให้ชัดเจน คือ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิมีกี่คน บัตรเลือกตั้งที่อ้างว่าทำลายไปแล้วเหลืออยู่เท่าไหร่ ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก รวมทั้งจัดการบัตรเขย่งอย่างไร มีทั้งคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด กกต. ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนมั่นใจได้ และคนที่ลงคะแนนจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่สมบูรณ์และไม่เที่ยงธรรมสุจริตในการจัดการเลือกตั้ง

ถามใครสั่งโรงพิมพ์ใส่บาร์โค้ด

ตนได้คุยกับภาคธุรกิจหลายส่วนเขาไม่สบายใจ หากตัวรัฐมนตรีล่วงรู้ได้ว่ากาให้กับใคร เขาก็จะเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่เขากังวล ข้าราชการเองก็กลัว นี่คือผลกระทบวงกว้าง และคำถามสุดท้ายคือ ทีโออาร์ได้ระบุหรือไม่ให้มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด หากไม่ได้ระบุในทีโออาร์แล้วใครเป็นคนสั่งให้โรงพิมพ์ทำ โรงพิมพ์ถูกตรวจสอบด้วยเหมือนกัน

เหลือทางเดียวร้องศาลทุจริต

“ส่วนการดำเนินการได้มีการหารือกันเบื้องต้นว่า พอมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนตรวจสอบอะไรได้ยาก แม้จะมีช่องทางยื่นศาลฎีกา แต่เราต้องร้อง กกต. ให้ตรวจสอบ  ก็คงเหมือนคดีฮั้ว สว. ดังนั้นเหลืออีกหนึ่งช่องทาง คือ การร้องที่ศาลอาญาทุจริตเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบว่าการจัดการเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว