พารู้จัก “เต้ พระราม 7 - มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” คุณพ่อลูก 4 ประวัติไม่ธรรมดา เข้าสู่การเมืองตั้งแต่ปี 2550 เคยทั้งสอบตก - ได้เป็น สส. ล่าสุดถูกสั่งให้หยุดทำหน้าที่เลขาฯ พรรคทางเลือกใหม่
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกได้ว่ามีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่อง สำหรับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 หลังหาเสียงในการเลือกตั้ง 2569 ให้กับพรรคทางเลือกใหม่ ด้วยนโยบายที่แปลกแตกต่างจากพรรคอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ลงนามในคำสั่งพรรคทางเลือกใหม่ สั่งให้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นการชั่วคราว รวมถึงสั่งห้ามเคลื่อนไหวในระหว่างระยะเวลาการระงับปฏิบัติหน้าที่ ห้ามมิให้ดำเนินการใดๆ ในนามเลขาธิการพรรค หรือกระทำการที่อาจก่อให้เกิดความผูกพันทางกฎหมาย หรือทางการเมืองต่อพรรคทางเลือกใหม่ (อ่านเพิ่มเติม : ทางเลือกใหม่พักงาน "เต้ มงคลกิตติ์" เจ้าตัวลั่นเชื่อเหตุร้อง “เลือกตั้งโมฆะ” ทำพรรคผวา)
...
ประวัติ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”
พารู้จักประวัติ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ชื่อเล่น เต้ หรือที่เจ้าตัวมักบอกคนอื่นว่า “เต้ พระราม 7” เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2524 จะมีอายุครบ 45 ปี ในปี พ.ศ. 2569 กำเนิดที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เคยสมรสมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2549 กับ น.ส.พัทธนันท์ ฤทธิ์ชัยเรืองเดช ก่อนที่จะหย่าเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2553 ส่วนกับ น.ส.ภคอร จันทรคณา สมรสเมื่อปี 2553 ก่อนจะหย่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561 ก่อนจะกลับมาสมรสกับ น.ส.พัทธนันท์ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 โดยนายมงคลกิตติ์ มีลูก 4 คน คือ เจปัง, ผิงอัน, ชินเท็น และ ถิงถิง
การศึกษา
นายมงคลกิตติ์ จบการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาเตรียมวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ต่อด้วยระดับอุดมศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) MPE-18 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยทักษิณ
เส้นทางการเมือง “เต้ มงคลกิตติ์”
ในส่วนของสนามการเมือง นายมงคลกิตติ์ เริ่มจากการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร ปี 2550 ในสังกัดพรรคประชาราช แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาภายหลังการรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ต่อมาเมื่อ 6 ตุลาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จำนวน 250 คน นายมงคลกิตติ์ เป็นหนึ่งในบุคคลเข้ามาเป็นผู้ชำนาญการประจำสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผบ.ร.6) 1 พฤศจิกายน 2557 - 6 กันยายน 2558 จากนั้น 13 ตุลาคม 2558 คสช. มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คน ซึ่งนายมงคลกิตติ์ เข้ามาเป็นผู้ชำนาญการประจำสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ รอง ผบ.มทบ.22) ในช่วง 13 ตุลาคม 2558 - 3 สิงหาคม 2560
กระทั่งปี 2561 นายมงคลกิตติ์ เปิดตัวในฐานะหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในนามของพรรคไทยศรีวิไลย์ ในการเลือกตั้งปี 2562 และได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 60,354 คะแนน โดยช่วงต้นรัฐบาล อยู่ในฐานะฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านอิสระ ปี 2562-2563 ต่อมาช่วงปลายปี 2563-2566 มาอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน รวมถึงดำรงตำแหน่ง โฆษกและกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปี 2562-2566
สำหรับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 นายมงคลกิตติ์ นำพาพรรคไทยศรีวิไลย์ ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งแม้แต่เก้าอี้เดียว โดยเจ้าตัวลดบทบาททางการเมืองไประยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 นายมงคลกิตติ์ ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค และในวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ได้รับแต่งตั้งจากเฉลิมชัย ศรีอ่อน ให้เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต่อมา เฉลิมชัย ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 12 กันยายน 2568 จึงเป็นเหตุทำให้ นายมงคลกิตติ์ ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 17 กันยายน 2568
ขณะที่การเลือกตั้งในปี 2569 นายมงคลกิตติ์ เปิดตัวกับพรรคทางเลือกใหม่ และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค นำเดินสายหาเสียงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คือ นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรค ส่วน นายมงคลกิตติ์ อยู่ลำดับที่ 3 ของบัญชีรายชื่อ ไม่ได้รับเลือกให้เป็น สส. แต่เจ้าตัวก็ยังเดินหน้าร้องเรียนในสิ่งที่มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่โปร่งใสตามสิทธิส่วนตัว กระทั่งล่าสุดมีคำสั่งให้ นายมงคลกิตติ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการพรรคชั่วคราว.