สองพี่น้องชาวนครสวรรค์ บุกทำเนียบร้องถูกอดีตนายกเทศมนตรีพยุหะเลือกปฏิบัติ แจ้งความจับ-สั่งรื้อบ้านหลังซ่อมน้ำท่วม แถมถูกปรับนับล้านบาท 


วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นางสาวทัศย์ณีวรรณ รัตนพราว อายุ 52 ปี พร้อมด้วย นางวิลาวรรณ รัตนพราว อายุ 57 ปี สองพี่น้องชาว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีถูกเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการเอาผิดเรื่องการดัดแปลงอาคารอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องเผชิญกับคดีความและภาระหนี้สินค่าปรับนานกว่า 10 ปี

นางสาวทัศย์ณีวรรณ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ตนได้ซ่อมแซมบ้านที่เสียหายซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.พยุหะ เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านรายอื่นในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีโฉนดแต่อาศัยมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า กระทั่งปี 2559 กลับถูกอดีตนายกเทศมนตรีตำบลพยุหะในขณะนั้น แจ้งความดำเนินคดีฐานก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงหลังเดียว ทั้งที่มีบ้านปลูกติดกันหลายหลังที่ทำการซ่อมแซมในลักษณะเดียวกัน

“วันนี้ต้องดั้นด้นมาถึงกรุงเทพฯ เพราะต้องการความยุติธรรม ดิฉันถูกดำเนินคดีถึง 2 คดี และต้องแบกรับค่าปรับรายวันจนปัจจุบันยอดพุ่งสูงนับล้านบาท ขณะที่บ้านหลังอื่นกลับซ่อมแซมได้ปกติโดยไม่มีใครถูกจับ จึงนำหลักฐานมามอบให้ทำเนียบฯ เพื่อเอาผิดอดีตนายกเทศมนตรีและเจ้าพนักงานกองช่าง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” นางสาวทัศย์ณีวรรณ กล่าวด้วยความอัดอั้น

ด้านนางวิลาวรรณ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ต.พยุหะ ว่าเหตุใดกฎหมายจึงถูกบังคับใช้เพียงกับครอบครัวตนรายเดียว ทั้งที่ความเป็นจริงมีการปลูกสร้างและปรับปรุงอาคารอยู่โดยรอบ จึงอยากให้หน่วยงานส่วนกลางช่วยเร่งรัดและให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการใช้อำนาจของท้องถิ่นในลักษณะที่อาจเป็นการกลั่นแกล้ง

...

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ ได้รับเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ เพื่อเตรียมประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดนครสวรรค์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลให้ผู้ร้องเรียนทราบต่อไป