“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบจริยธรรม “อนุทิน” ตั้ง “ธรรมนัส” นั่ง รมว.เกษตรฯ พร้อมเชียร์พรรคกล้าธรรม ล้มเลือกตั้งสกปรก นัด 26 ก.พ. แจ้งความเอาผิด กกต. 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง สส. 2569 โดยระบุว่า วันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยไม่สบายใจ คือ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. คิดการใหญ่ จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งๆ ที่เพิ่งนับไปได้แค่ 95% อีกทั้งในการเลือกตั้งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีการใช้บัตรเลือกตั้งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยที่ใช้ใหม่นั้นไม่มีเลขต้นขั้วบัตร ซึ่งถือเป็นใบเสร็จสำคัญสะท้อนว่า กกต. ยอมรับว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีปัญหา แต่การไม่ใส่ซีเรียลนัมเบอร์ก็อาจจะขัดกับระเบียบ กกต.

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีนักวิชาการกล่าวว่า กกต. ทำผิดมหันต์ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของระเบียบ กกต. ข้อ 129 ว่าต้องใส่เครื่องป้องกันบัตรผี แต่ กกต. ดันไม่ใส่ เพราะถ้าใส่ไปมันจะย้อนหลังกลับมาได้ว่าใครเลือกใคร แต่ก็ไม่พ้น เพราะถึงไม่ใส่ไม่ได้หมายความว่าสังคมจะไม่รู้ ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เพราะมีคนมาตั้งกล้องถ่ายตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายที่มาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 กรุงเทพมหานคร และเมื่อนำบัตรทั้ง 308 ใบที่มีบาร์โค้ดมาตรวจสอบก็พบเลขรันไปจนครบ โดยที่ไม่ต้องมีเลขต้นขั้ว เลขน้อยก็หมายถึงคนที่มาใช้สิทธิคนแรก แค่นี้ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ดิ้นไม่ออก 

...

“กรณีเรื่องบัตร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปแอบทำกันตอนไหน ทำทีโออาร์กันตอนไหนที่บัตรวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แตกต่างกันกับบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กกต. ขยับเขยื้อนอะไรก็มีพิรุธไปหมด วันก่อนกลุ่มนักศึกษาเล่นมุกกันว่า สารอะไรอันตรายที่สุดในประเทศไทย เพื่อนอีกคนตอบว่าสารไซยาไนด์มั้ง บางคนบอกสารปรอท ไม่ถูก ๆ สารที่อันตรายที่สุดคือ สารหนู ผมก็งง เขาเฉลยว่าศาลคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นองคาพยพของเสี่ยหนู ประเทศไทยเจ๊งฉิบหาย อีกคนก็ร้องเพลง กกต. ของหนูอยู่ไกล๊ไกล หมายความว่า กกต. เป็นของหนูไหม”

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเองยังจะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งบุคคลที่อาจจะมีความบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เรื่องคุณสมบัติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้นายอนุทิน ยังพาตนเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขากระโดง และในวันที่ 20 เมษายนนี้ จะมีการเข้าไปรังวัดตรวจสอบ ในโลกนี้คงมีที่นี่ที่เดียวที่นายกฯ ถูกภาครัฐฟ้อง รวมถึงกรณีการใช้ถนนหลวงของ อบต. แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง เป็นรันเวย์ขึ้นลงสนามบินส่วนตัวเอื้อผลประโยชน์ธุรกิจของตนเอง ซึ่งจะขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุให้ตนเองไปเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยตนเองจะเขียนคำร้องของภาคประชาชนแนบไปด้วย

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในเวลา 10.30 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ตนจะไปยื่นร้องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งความเอาผิดกับนายแสวง และ กกต. ชุดปัจจุบัน จะเป็นพรรคพวกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินหรือไม่ตนเองไม่สนใจ ขอประชาชนสักร้อยคนพันคนมาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมฝากถึง ร.อ.ธรรมนัส ว่า “สู้ ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่” หากประกาศว่าจะสู้เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรก ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากประกาศว่าจะล้มการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ตนจะร่วมหัวจมท้ายด้วย 

เมื่อถามถึงกรณีมีผู้ไปถ่ายซูมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หวังให้เห็นว่าใครลงคะแนนให้ใคร เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การตรวจสอบการทำงานที่อาจชอบด้วยกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่จะกระทำได้ เพราะจากการตรวจสอบแล้วการเลือกตั้งเป็นความลับจริงๆ หากใครที่ถูก กกต. ดำเนินคดี ตนเองพร้อมที่จะช่วยเหลือทางคดี สำหรับการถ่ายภาพอาจจะเข้าข่ายจงใจเปิดเผยทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับนั้น ในบริบทนี้ ประชาชนต้องการพิสูจน์ทราบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวในการจะเผยแพร่ต่อสังคม

ส่วนการเชียร์ ร.อ.ธรรมนัส คืออยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ใช่ อยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอยากบอก ร.อ.ธรรมนัส ว่าไหนๆ ก็เป็นชายชาติทหารไปอยู่ออสเตรเลีย ตนเองก็เคยไปอยู่เพียงแต่ไม่มีแป้งไปขายกลับมาเลยไม่ร่ำรวย ถ้าเขามาอ้อนเรียกไปรับประทานอาหารที่ซอยรางน้ำหรือเขากระโดง หากท่านไปก็ถือว่าเป็นชายชาติทหาร อย่างไรก็ตามหากวันนี้ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก็ถือว่าไปสุด อาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการเข้าชื่อโดย สส. และ สว. ร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 

เมื่อถามถึงประเด็นคลิปเสียงคนจากพรรคภูมิใจไทย ต่อรองให้พรรคกล้าธรรมเป็นงูเห่า นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินข่าวนี้ หาก ร.อ.ธรรมนัส ตรงไปตรงมา ก็เอามาเปิด ต้องดูที่เจตจำนงของ ร.อ.ธรรมนัส ว่าอยากให้เขามาออดอ้อนหรือไม่ หรืออยากทำเพื่อสังคมที่จะล้มการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

“ประเทศนี้ต้องการอยู่ 3 คน ส. ว. อ. ทนายอั๋น บุรีรัมย์ หากผมเป็นอะไรไปฝากนักข่าวนำเสนอข่าวการเสียชีวิตของผม 15 วันต่อกัน ประกาศกับสังคมถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ผมไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง รับจ้างร้อง”

นอกจากนี้นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวว่า มีคนนำคลิปวิดีโอความยาว 24 ชั่วโมงมาให้ตนเอง โดยระบุว่า กกต. นับคะแนนการเลือก สว. ผิด ทำให้ สว. สำรองเป็นตัวจริง สว. ตัวจริงหลายคนอาจจะต้องมาเป็น สว. สำรอง ซึ่งจะมีการไปร้องทั้ง กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย