สมาชิกพรรคกล้าธรรม ยื่น กกต. ให้ยุบพรรคประชาชน กรณี บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ยันมีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทดังกล่าวเผยแพร่งานอื่นผ่านทางออนไลน์ เป็นสื่อมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ของพรรคประชาชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.พ. 2569 นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร สมาชิกพรรคกล้าธรรม ยื่นคำร้องขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาชน และดำเนินคดีอาญากับ นางสาวพรรณิการ์ วานิช และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้บริหารพรรคประชาชน 14 คน โดยระบุว่าคำร้องของตนเองมีข้อเสนอให้พิจารณา 3 เรื่อง // เรื่องแรกคือการยุบพรรคประชาชน กรณี บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งมีหลักฐานเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับนางสาวพรรณิการ์ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง โดยให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปในอาคารอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และมีหลักฐานว่าอาคารอนาคตใหม่ถูกเช่าโดยพรรคประชาชน ซึ่งตนเองมีไฟล์หลักฐานประกอบ
นายทันกวินท์ ระบุว่าจากเอกสารที่พรรคประชาชนชี้แจงต่อ กกต. ระบุว่าได้เช่าสำนักงานภายในอาคารอนาคตใหม่ทั้งหมด 200,000 บาท ต่อเดือน หมายความว่าอาคารนี้อยู่ในความครอบครองของพรรคประชาชน แต่นางสาวพรรณิการ์ยืนยันชัดเจนว่าสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ตั้งแต่ชั้น 1 ถึง ชั้น 6 // สามารถสั่งเจ้าของให้เปิดและปิดเครื่องปรับอากาศได้ และยอมรับว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่เปิดให้บริการของ “โซลบาร์” ซึ่งมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย รวมถึง บริษัท สเปกเตอร์ ซี ที่ระบุว่าตั้งอยู่ชั้น 5 ซึ่งคณะกรรมการของบริษัทไม่ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าว แต่นางสาวพรรณิการ์พาไปถึงชั้น 6 ว่ามี บริษัท สเปกเตอร์ ซี อยู่ในพื้นที่อาคารที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด และเมื่อไปดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าไปดูว่าพื้นที่ชั้น 4 ของพรรคประชาชนเป็นพื้นที่ของบริษัท สเปกเตอร์ ซี ด้วย รวมถึง นายเพชร กรุณพล รองโฆษกพรรคประชาชน ก็ให้สัมภาษณ์แบบนี้เหมือนกัน
...
และจากหลักฐานทั้งหมด ตนเองไม่ได้พิจารณาแค่คำให้สัมภาษณ์ แต่ได้ไปตรวจสอบข้อมูลของ บริษัท สเปกเตอร์ ซี ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นผ่านทางออนไลน์ นั่นหมายความว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี คือสื่อมวลชน ที่อยู่ในพื้นที่ของพรรคประชาชน โดยเฉพาะนางสาวพรรณิการ์ที่ระบุว่าให้สำนักงานส่วนออฟฟิศของพรรคประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบริษัท ซึ่งแสดงหลักฐานชัดเจนว่าในปี 2566 ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ว่าในปี 2566 ได้มีการเลือกตั้ง
สำหรับประเด็นที่ 2 นายทันกวินท์ระบุว่านางสาวพรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองจึงไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของพรรค จึงตั้งคำถามว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่
ส่วนประเด็นที่ 3 ผู้บริหารพรรค 14 คน มีส่วนเกี่ยวข้องหรือถือครองธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง จึงขอให้ตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายทันกวินท์ ระบุว่ามีทั้งภาพข่าว คลิปวิดีโอ และลิงก์คำสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลที่ยื่นให้ นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ทั้งเอกสารบริษัท การไต่สวนข้อเท็จจริง และข้อมูลการจ่ายเงินประกันสังคม ซึ่งมองว่าอาจสะท้อนความสัมพันธ์ด้านการจ้างงานระหว่างพรรคการเมืองกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่การทำนิติสงคราม โดยเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด