“พล.อ.ณัฐพล” เผย ยังไม่ถูกทาบร่วมรัฐบาลใหม่ ทำงานต่อจนครบวาระ ส่วนปมพบช้อนในเถ้ากระดูก ถ้าญาติยังไม่พอใจ พร้อมให้ตรวจสอบ กำชับ ผบ.เหล่าทัพ ยึดกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด 


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมสภากลาโหม โดยตอนหนึ่งกล่าวถึงการทำงานในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ตนก็ทำงานต่อให้ครบ 2 เดือน ส่วนปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครมาพูดคุยกับตน และขอไม่ตอบรายละเอียด ขอทำงานต่อจนครบวาระ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ แต่ก็มีงานที่ค้างคาที่ต้องรับผิดชอบใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าไม่มี ทุกอย่างค่อยๆ ดำเนินการไป อะไรที่คั่งค้างก็ทำให้เสร็จ ขณะที่คำถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่อยู่มา 3-4 เดือน ถือว่าไปได้สุดแล้วหรือยัง พล.อ.ณัฐพล ตอบว่า ไม่อยากตอบว่าสุดหรือไม่สุด แต่เราทำในเวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าตำแหน่งไหนที่ตนผ่านมา ต้องไม่คิดว่ามีเวลาทำมากกว่านี้ ทำได้ดีกว่านี้ แต่ให้คิดว่ามีเวลาเท่าไหร่ก็ทำให้ดีที่สุด ซึ่งในเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ ก็คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ส่วนจะอยู่ต่อหรือไม่ ขอไม่ตอบ

...

พบช้อนในเถ้ากระดูก ถ้าญาติไม่สบายใจพร้อมให้ตรวจสอบเพิ่ม

ขณะเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องการพบช้อนในเถ้ากระดูก ภายหลังฌาปนกิจ พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง กรมทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ พรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี ที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว หลังหมดสติระหว่างถูกจำขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ได้ตรวจสอบอย่างไรบ้าง ว่า ทางหน่วยรองได้รายงานมาแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาใดๆ หน่วยพร้อมให้ตรวจสอบ ชี้แจงเพิ่มเติม  

เมื่อถามย้ำว่าโดยปกติขณะคุมขังในเรือนจำจะไม่ให้พกช้อนใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่โดยปกติทหารพกช้อนประจำตัวอยู่แล้ว บางหน่วยพกช้อนกับแก้ว สำหรับประเด็นที่มีการมองว่าช้อนจะใช้เป็นอาวุธได้นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบที่หน่วยอีกครั้ง ซึ่งในเบื้องต้นที่หน่วยรายงานตนมาไม่มีปัญหาอะไร จากผลชันสูตรของแพทย์ไม่มีปัญหาอะไรภายในร่างกาย ก็ต้องฟังแพทย์ก่อน ถ้าญาติยังไม่พอใจ ก็พร้อมให้ตรวจสอบ

“ผมได้ย้ำในที่ประชุมสภากลาโหม แม้ปฏิบัติการทางทหารของเราที่ผ่านมา เราได้รับคำชื่นชมจากประชาชน แต่พอกลับมาอยู่แบบปกติ มีหลายเรื่องที่อาจเป็นปัญหา ทำให้พี่น้องประชาชนไม่สบายใจได้ ได้ฝากผู้บัญชาการเหล่าทัพไปดูในรายละเอียด ทั้งพลทหาร ทหารพราน พนักงานราชการ นายสิบ เพราะไปปฏิบัติการมาได้รับคำชื่นชม แค่มีเรื่อง 2-3 เรื่องมา เราก็จะเสียหาย และในยุคนี้บอกได้เลย พร้อมตรวจสอบ ผิดก็ว่าไปตามผิด เช่น ถ้ามีการซ้อมก็ว่าไปตาม พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ ว่าไปตามกฎหมาย ในระดับนโยบายว่าตามนี้เลย ในระดับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ต้องเห็นใจผู้บังคับบัญชา เพราะไม่เช่นนั้นผู้บังคับบัญชาก็ไม่สามารถชี้แจงสังคมได้ ไม่สามารถชี้แจงสภาได้ แต่ต้องชี้แจงให้ได้ ขณะที่ความผิดก็ยังเกิดขึ้น ต่อไปก็ต้องว่าตามกฎหมาย”