“บิ๊กเล็ก” ประชุมสภากลาโหม ลั่นเดินหน้าดูแลครอบครัวกำลังพลเสียชีวิตจากเหตุชายแดน เผยติดต่อรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาเตือนปมเผาป่า-ปล่อยเฟกนิวส์-ทุ่นระเบิด ปัดตอบนั่ง รมต. รัฐบาลหน้า

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชนหลายประเด็นสำคัญ

พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า เรื่องแรกที่ต้องการแจ้งให้ประชาชนรับทราบ คือ การดูแลบุพการีและทายาทของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติราชการบริเวณชายแดน ตนเองได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวทหารหลายนาย และพบว่าหลายครอบครัวได้รับผลกระทบด้านสิทธิการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกรณีหนึ่งซึ่งบุตรชายเป็นทหารเพียงคนเดียวของครอบครัว และเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้สิทธิการรักษาพยาบาลแบบจ่ายตรงของบุตรสิ้นสุดลงไปด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอแก้ไขพระราชกฤษฎีกา ให้บิดามารดาที่สูญเสียบุตรจากการปฏิบัติราชการ หรือภรรยาที่สามีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ได้รับสิทธิรักษาพยาบาลแบบจ่ายตรงเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่บุตรหรือสามียังมีชีวิตอยู่ ซึ่งล่าสุด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้อนุมัติหลักการดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในรายละเอียดตามขั้นตอน

อีกประเด็นหนึ่ง กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วมกองทัพไทย หรือ Joint Defense Command (JDC) เพื่อเพิ่มความชัดเจนและเอกภาพในการปฏิบัติการร่วมของแต่ละเหล่าทัพ หลังบทเรียนจากสถานการณ์ไทย–กัมพูชาที่ผ่านมา

ในส่วนของสถานการณ์ชายแดน พล.อ.ณัฐพล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดต่อกับรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา เพื่อแสดงความกังวลเรื่องทุ่นระเบิด และล่าสุดได้ติดต่อไปอีกครั้ง โดยแสดงความกังวล 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การเผาป่า และการปล่อยข่าวปลอม ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและการกระทบกระทั่งระหว่างกัน หากกัมพูชาต้องการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีอย่างแท้จริง ไม่ควรใช้แนวทางดังกล่าว แม้จะมีการย้ำเตือนแล้ว แต่ยังพบว่ามีการเผาป่าอยู่ และเมื่อวานนี้ได้มีการย้ำเตือนอีกครั้ง

...

นอกจากนี้ ยังแสดงความไม่สบายใจกรณีการเผยแพร่ข่าวที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง หรือเฟกนิวส์ โดยเฉพาะกรณีอ้างว่าทหารไทยยิงทหารกัมพูชาจนได้รับบาดเจ็บ แต่จากการตรวจสอบพบว่าลักษณะแผลไม่สอดคล้องกับการถูกยิง ซึ่งได้มีการแจ้งเตือนกลับไปแล้ว

สำหรับแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่าจำเป็นต้องตรึงกำลังต่อไป แต่การคงกำลังในระยะยาวใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงเสนอ 5 แนวทาง ประกอบด้วย

1. การคงกำลังตามความจำเป็นของสถานการณ์ 

2. การจัดทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์และการใช้ระบบกล้องวงจรปิด เช่น บริเวณคลองลึก ทมอดา

3. การจัดทำรั้วถาวรในพื้นที่ที่มีความชัดเจนของเส้นเขตแดน

4. การจัดสรรพื้นที่บางพื้นที่ชายแดน ให้ทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน และช่วยดูแลรักษาพื้นที่ ซึ่งมีได้หารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่

5. การพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ภูมะเขือ ช่องอานม้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือจัดทำเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม และช่วยสังเกตความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่

พล.อ.ณัฐพล บอกอีกว่า ได้พยายามถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ต่างๆ ในที่ประชุมสภากลาโหมอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนประเด็นการดำรงตำแหน่งในรัฐบาลชุดหน้า ยังไม่มีการพูดคุย และขอไม่ตอบในขณะนี้ โดยยืนยันว่าขณะนี้ขอทำหน้าที่ให้ครบวาระ เรื่องใดที่ยังค้างคาก็จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ

พร้อมกันนี้ ได้ขอให้คณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขยายกรอบความคิด ไม่พิจารณาเฉพาะมิติทางทหารเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงมิติด้านการต่างประเทศ สังคมจิตวิทยา และเศรษฐกิจ ควบคู่กันไปด้วย