โฆษกกองทัพบก ยืนยันผลตรวจนิติเวช ไม่พบช้อนในร่าง “พลทหารเพชรรัตน์” เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว รับ หลายหน่วยให้ทหารพกช้อนติดตัวไว้ทานข้าว ย้ำ ให้ความสำคัญการสูญเสียกำลังพล
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าช้อนที่พบในเถ้ากระดูกภายหลังฌาปนกิจ พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง กรมทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ พรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี อาจอยู่ภายในร่างกาย ไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้าตามที่ชี้แจงก่อนหน้านี้
พลตรีวินธัย ระบุว่า แพทย์ได้ทำการชันสูตรซึ่งมีการตรวจเอกซเรย์ และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ยืนยันได้ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอม และเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว รวมทั้งการตรวจสภาพร่างกายก็ไม่พบร่องรอยความบอบช้ำจากการถูกทำร้าย ยืนยันว่าไม่มีการปฐมพยาบาลในกรณีที่ พลทหารเพชรรัตน์ มีอาการลมชักก่อนเสียชีวิต พร้อมระบุว่าอาการหัวใจล้มเหลวมักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่หน่วยได้นำส่งโรงพยาบาลในทันที
ทั้งนี้ นอกจากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการให้ปากคำจากบุคคลรอบข้างด้วย โดยเฉพาะเพื่อนพลทหารที่ถูกจำขังอยู่ด้วยกัน ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกัน
ส่วนที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมทหารต้องพกช้อนติดตัวนั้น พลตรีวินธัย กล่าวว่า เนื่องจากในบางครั้งสถานการณ์ช่วงการฝึกจะมีการรับประทานอาหารในพื้นที่นอกหน่วย จึงต้องมีการพกช้อนประจำตัวไว้รับประทานอาหาร ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายหน่วยรวมทั้งหน่วยนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกัน สิ่งสำคัญคือสาเหตุการเสียชีวิตที่ต้องพิสูจน์และยืนยันว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีกำลังพลเสียชีวิตก็เป็นความสูญเสียของกองทัพบกด้วยเช่นเดียวกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
...
สำหรับคำถามว่าจะมีการตรวจสอบซ้ำหรือไม่ จากกระแสสังคมในขณะนี้ โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าผลการชันสูตรมีอยู่แล้ว มีการลงบันทึกหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายนั้น ก็มีผลการตรวจเอกซเรย์ยืนยันอยู่แล้ว รวมทั้งกระบวนการตรวจพิสูจน์ก็เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งโดยปกติหากเป็นการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติจะต้องมีการดำเนินการอีกรูปแบบหนึ่ง
เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ยืนยันว่าผลสรุปทางการแพทย์มีความชัดเจน มีข้อสรุปที่แน่ชัด เพียงแต่หน่วยต้องไปพิสูจน์ทราบหลักฐานด้านการให้ปากคำจากบุคคลด้วย ซึ่งก็ไม่ปรากฏที่มาที่ไปของความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้เป็นการอยู่ร่วมกันในกลุ่มพลทหารอยู่แล้ว จึงมีพยานบุคคลเป็นจำนวนมาก อย่างกรณีที่มีวัตถุเข้าไปอยู่ในร่างกายตามที่มีการตั้งข้อสงสัย ก็ไม่เคยมีเหตุลักษณะนี้ปรากฏมาก่อนในโลกด้วยซ้ำ ที่จะมีการทำร้ายกันโดยใส่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย โดยเฉพาะวัตถุอย่างช้อน ที่ไม่น่าจะเข้าไปในร่างกายได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพบก เผยอีกว่า ในกรณีนี้สังคมสามารถตั้งข้อสงสัยได้ เช่นเดียวกับกรณีที่มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งออกมาโจมตีกองทัพบกที่อาจมองว่าเป็นการดิสเครดิตนั้น ตนมองว่าอาจไม่มีเจตนาเช่นนั้น อาจเกิดจากความเข้าใจผิด โดยกองทัพบกมีหน้าที่ชี้แจงตามข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ยืนยันว่ากำลังพลของกองทัพบกทุกนายถือเป็นบุคคลในครอบครัว หากมีอะไรเกิดขึ้นกองทัพบกย่อมทุกข์ร้อนไปด้วย เช่น ในกรณีที่มีการทะเลาะวิวาทหรือกลั่นแกล้งกันระหว่างพลทหารด้วยกันเอง หรือโดยกลุ่มนายทหารชั้นประทวน โดยอ้างเหตุการลงโทษมากระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากมีเหตุลักษณะนี้ทั้งหน่วยต้นสังกัดรวมทั้งกองทัพบกจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ โดยเฉพาะนโยบายที่ผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำอยู่เสมอว่า กำลังพลทุกนายต้องถือว่าเป็นเพื่อนรักร่วมชีวิตในการทำงานร่วมกัน.