กองทัพบก ชี้แจงข้อเท็จจริง พลทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ หมดสติเสียชีวิต ผลการพิสูจน์ของแพทย์ระบุ สาเหตุจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เชื่อครอบครัวเข้าใจ 


วันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่าตามที่ปรากฏประเด็นข่าวในสังคมกรณี พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัด กรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี มีอาการหมดสติ ในระหว่างถูกจำขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 โดยมีกลุ่มเพื่อนพลทหารที่ถูกจำขังด้วยกันจำนวนหลายนาย เป็นผู้พบเหตุ ทางหน่วยจึงได้รีบส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ทันที และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยแพทย์ระบุเป็นการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ยืนยันไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตามเนื่องจากในช่วงก่อนเกิดเหตุ พลฯ เพชรรัตน์ฯ มีภาวะหัวใจล้มเหลว ได้ถูกจำขังรวมอยู่กับเพื่อนพลทหารด้วยกัน จำนวนมาก เป็นเวลานับ 10 วัน อยู่ด้วยกันภายในพื้นที่จำขังของหน่วย ทางหน่วยจึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด โดยเฉพาะเผื่อมีกรณีทะเลาะวิวาทกัน ในช่วงระหว่าง 10 วันที่ถูกจำขังอยู่ด้วยกัน ซึ่งหน่วยได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว สรุปว่าไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหารที่อยู่ด้วยกันทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด


โดยทางหน่วยต้นสังกัด และกองทัพภาคที่ 1 ได้ให้รายละเอียดว่า พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง ถูกจำขังตามความผิดทางวินัยฐานขาดราชการ โดยในวันเกิดเหตุเมื่อ 10 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 18.07 น. เพื่อนที่อยู่ด้วยกันยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังดูมีอาการปกติ แต่พอเวลา 18.18 น. อยู่ดี ๆ หมดสติล้มลง เพื่อนพลทหารจึงเข้าช่วยเหลือ ทางหน่วยได้นำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษา แต่ไม่เป็นผล แพทย์ระบุ พลทหารเพชรรัตน์ฯ เสียชีวิตในเวลา 19.28 น. 

...

จากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง ซึ่งในช่วงนั้น ทางหน่วยได้ประสานชี้แจงทางครอบครัวและญาติ ให้ได้รับทราบตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ติดใจ และมีความเข้าใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ทางหน่วยฯ จึงดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดพิธีศพ พร้อมติดตามเรื่องสิทธิสวัสดิการต่างๆ ตามแบบธรรมเนียมอย่างเหมาะสม


พลตรี วินธัย ระบุด้วยว่า แต่จากการที่มีบางบุคคล ได้นำกรณีนี้มานำเสนอซ้ำต่อสังคม จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตคาดเดาถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในมุมต่างๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลซึ่งมีอยู่จำนวนมากในกรณีนี้ และข้อเท็จจริงทางกฎหมายตามระบบราชการซึ่งหากญาติหรือครอบครัว หรือบุคคลใด เปลี่ยนใจกลับมาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และมีความกังวลสงสัยในช่วงนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดยินดี และพร้อมให้รายละเอียด และสามารถประสานทางหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มเพื่อนพลทหารจำนวนมากที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในช่วงก่อนเหตุ และระหว่างเกิดเหตุ เพื่อจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือทำความเข้าใจเพิ่มเติมให้ได้ตลอดเวลา

ยืนยันว่าการสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดก็ตาม นับเป็นการสูญเสียของกองทัพบก ด้วยเช่นกัน ดังนั้นกรณีที่มีกำลังพลเสียชีวิต จึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา