สวนดุสิตโพล คนส่วนใหญ่กังวลความไม่โปร่งใส-การทุจริตเลือกตั้ง ชี้ ไม่ค่อยพอใจการทำงาน กกต. คะแนนสูสีกับค่อนข้างพึงพอใจ มอง ภาพรวมการเมืองไทยเหมือนเดิม


วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่านมา” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,231 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 สรุปผลได้ดังนี้

1. ความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนเฉลี่ย 5.17 คะแนน

2. เรื่องที่ประชาชนกังวลใจเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

  • อันดับ 1 ความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง 67.99%
  • อันดับ 2 ขั้นตอนยุ่งยากหรือความสับสนในหน่วยเลือกตั้ง 40.45%
  • อันดับ 3 นโยบายของแต่ละพรรคอาจทำไม่ได้จริง 40.37%
  • อันดับ 4 ความขัดแย้งทางการเมือง 37.94%อันดับ 5 การโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง 35.09%

3. จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชนพึงพอใจการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มากน้อยเพียงใด

  • อันดับ 1 ไม่ค่อยพึงพอใจ 33.68%
  • อันดับ 2 ค่อนข้างพึงพอใจ 32.91%
  • อันดับ 3 ไม่พึงพอใจ 26.09%
  • อันดับ 4 พึงพอใจมาก 7.32%

4. ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะช่วยให้ภาพรวมการเมืองไทยดีขึ้นหรือไม่

  • อันดับ 1 เหมือนเดิม 49.31%
  • อันดับ 2 แย่ลง 31.52%
  • อันดับ 3 ดีขึ้น 19.17%

...

ทางด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งยังไม่แข็งแรงนัก ประชาชนจับตาและให้ความสำคัญต่อความสุจริต โปร่งใส และมาตรฐานการจัดการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยังมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะทำให้ภาพรวมการเมืองไทยเหมือนเดิม จึงเป็นบททดสอบแรกของว่าที่รัฐบาลใหม่ในการสร้างความมั่นใจและเปลี่ยนความเหมือนเดิมให้เป็นความหวังใหม่ทางการเมือง

ขณะที่ ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตอธิบายว่า จากผลสำรวจสะท้อนถึงภาวะก้ำกึ่ง และความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพขององค์กรอิสระ โดย กกต. น่าจะถูกสังคมตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นที่อาจนำไปสู่การล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ซึ่งจะเห็นว่าประชาชนพึงพอใจการทำงานของ กกต. เพียงร้อยละ 7.32 ในขณะที่ประชาชนร้อยละ 33.68 ที่ระบุว่าไม่ค่อยพึงพอใจ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในประเด็นความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง ถึงร้อยละ 67.99 นั่นแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังคงติดหล่มความระแวงต่อการใช้อำนาจรัฐและอิทธิพลมืดในการบิดเบือนผลคะแนน ประชาชนเริ่มมองว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในกติกาเดิมที่ไม่เอื้อต่อการปฏิรูปอย่างแท้จริง 

ผลสำรวจครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทยในเรื่องความโปร่งใสที่สูง โดยเฉพาะองค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่ต้องทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ลดทอนความซับซ้อนของขั้นตอนต่างๆ และประเด็นสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นกระบวนการได้มาซึ่ง กกต. และการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและยังสามารถมีความหวังกับการเมืองไทยที่จะเข้ามาช่วยประชาชนและผลักดันนโยบายตามที่ได้ประกาศไว้.