“ไผ่ ลิกค์” ย้ำพรรคกล้าธรรม ไม่มีข้อต่อรองหรือข้อแม้ร่วมรัฐบาล ยัน “ธรรมนัส” ไม่ยึดติดเก้าอี้ใดๆ ยอมรับรู้สึกแปลก หลังประสานร่วมรัฐบาลดูยุ่งยาก บอกไม่มีในโลก ให้โหวตนายกฯ ก่อนเกลี่ยกระทรวง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการประชุมกรรมการบริหารและว่าที่ สส. ของพรรคกล้าธรรมในวันนี้ สื่อมวลชนจับตาถึงผลการหารือในที่ประชุมกับการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ให้เก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญกับพรรคกล้าธรรม
โดยเวลาประมาณ 14.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค แต่ ร.อ.ธรรมนัสได้ขึ้นลิฟต์ด้านหลังอาคาร เพื่อหลบการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ต่อมานางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้เดินทางมาถึงแต่ได้ขึ้นลิฟต์ไปเช่นกัน
ต่อมาเวลา 14.53 น. นายไผ่ ลิกค์ ว่าที่ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนประชุมกรรมการบริหารพรรคถึงท่าทีการจัดตั้งรัฐบาลว่า ในวันนี้จะมีการพูดคุยกับว่าที่ สส. และกรรมการบริหารพรรคถึงแนวทางการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้ว และรับฟังเสียง คาดว่าภายหลังการประชุมจะมีความคืบหน้าโดยขณะนี้พรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะเป็นทุกอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้จะให้ว่าที่ สส.โหวตร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องโหวต แค่คุยกัน จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังมีเวลา เพราะตัวเลขสูตรการจัดตั้งรัฐบาล ยังมีห่างกันค่อนข้างมาก และยังมีสมการทางการเมืองที่พูดกันไว้ ทำอะไรต่อได้ยาก
ส่วนกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค จะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ นายไผ่ กล่าวว่า “มั่นใจว่าท่านธรรมนัสไม่ได้ยึดติดอะไรเลย วันนี้เราไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อต่อรอง และ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ยึดติดกับการเป็นรัฐมนตรีด้วย”
...
ส่วนหากพรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่ได้ให้เก้าอี้กระทรวงสำคัญให้กับพรรคกล้าธรรมเลย จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า ยืนยันว่า “พรรคกล้าธรรม ไม่ได้อยากได้กระทรวงอะไรเลย พรรคภูมิใจไทยให้ทำอะไรก็พร้อมที่จะทำ”
ส่วนที่กระแสพรรคภูมิใจไทยจะขอให้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการแจกจ่ายกระทรวงให้กับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายไผ่ กล่าวว่า เห็นว่ากรณีอย่างนี้ไม่มีในโลกนี้ เพราะจะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ตัวเองจะขอคุยก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งการพูดคุยคงไม่จบในวันนี้และตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องของการนับคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ รวมถึงปัญหาบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งปัญหาพวกนี้ ต้องมีความชัดเจนก่อน แล้วก็ไม่แน่ อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ก็เป็นได้ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า “ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร แต่แค่บอกว่าอะไรก็ไม่แน่นอน เพราะหากอะไรไม่แน่นอนจะไปตัดสินก่อนก็ไม่ได้ และเราก็ต้องรู้ว่า เราทำมาในวันนี้ดีมากและขอบคุณประชาชนทุกคนที่ไว้ใจ พรรคกล้าธรรม จนทำให้ได้มาถึง 58 เสียง ซึ่งตอนนี้อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ได้”
เมื่อถามเพิ่มเติมว่า มีการคุยกับ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายไผ่ ตอบว่า การพูดคุยก็ยังเป็นกลางๆ ตัวเองก็ได้ให้ข้อมูลผ่านสื่อไปแล้วจึงค่อนข้างชัดเจนว่าไม่มีอะไร ก็เป็นไปตามนั้น เราเป็นผู้น้อย เพราะว่าเราน้อยกว่า ก็ต้องเป็นฝ่ายติดต่อและประสานไป
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากจะเป็นฝ่ายค้านจะไม่พิจารณาเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่าฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องพิจารณามันเป็นเอง แต่ก็แปลกการจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ติดต่อยุ่งยากขนาดนี้ แต่ครั้งนี้มันยุ่งยากไปนิดนึง ส่วนหากพรรคภูมิใจไทยจะให้อะไรและพรรคกล้าธรรมก็ยอมหมดก็คงไม่ใช่ แต่เพราะประชาชนให้ฉันทมติและคะแนนมาแล้วเมื่อได้ถึง 190 กว่าเสียงเป็นผู้ที่ได้จัดตั้งรัฐบาล และย้ำว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น ส่วนมารยาทของการรวมเสียงตั้งรัฐบาลในครั้งนี้มันผิดแปลกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายไผ่ยอมรับว่าผิดแปลกจริง ซึ่งมีอยู่ 2 อย่างคือ พรรคอันดับหนึ่งได้เสียงเยอะและสมการทางการเมืองพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ก็เหยียบหัวเพื่อนไปแล้วพูดว่าจะไม่รวมเสียงหรือโหวต มันเลยทำให้ยุ่งยาก
ส่วนถ้าให้เลือกใหม่ระหว่างเป็นฝ่ายค้านกับเลือกตั้งอีกครั้ง ขอเป็นฝ่ายค้านเพราะจะง่ายกว่า ตนเองก็เหนื่อยเป็นประชาชนก็เหนื่อยเหมือนกันที่ต้องออกมาใช้สิทธิ คนแพ้ก็อยากเลือกตั้งใหม่ส่วนคนที่ชนะก็คงไม่อยากเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ต้องคำนึงถึงผู้สมัครด้วยว่าลงสมัครแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้สมัครคนหนึ่งก็ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แล้วใครจะมาเยียวยาถ้า กกต. ผิดจริงก็ต้องว่ากันไป
ส่วนคำถามว่าความยุ่งยากทั้งหมดเกิดจากพรรคประชาชนไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย นายไผ่ กล่าวว่า “มันไม่ใช่ความยุ่งยาก แต่ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะบอกว่าไม่รวมกับคนนั้นไม่รวมกับคนนี้ ต้องรอให้ประชาชนลงคะแนนก่อน แล้วถึงจะมาบอกกันว่าจะเลือกหรือไม่เลือกและ กกต. ก็ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง พร้อมบอกว่ายังไม่อยากพูดถึงเรื่องว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน ขอให้ได้เป็นรัฐบาลก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน เพราะไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นการเรียกร้อง เพราะวันนี้ประเทศชาติต้องเดินหน้า ประชาชนรอความหวังอยู่และตนเองก็ดีใจที่ได้แก้รัฐธรรมนูญ”
ส่วนเงื่อนไข หากพรรคภูมิใจไทยยื่นข้อเสนอว่า หากจะร่วมรัฐบาลต้องไม่มี ร.อ.ธรรมนัส หากเป็นเช่นนั้นพรรคกล้าธรรมจะเป็นเช่นไร นายไผ่ กล่าวว่า วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่าไม่เอาตำแหน่งสักกระทรวงแล้วไม่ยึดติดอะไรแล้ว แล้วจะเอาอะไรอีก ขออย่าเอาความผิดมาโทษที่เรา เลิกเล่นการเมืองแล้วเดินหน้าดีกว่า
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าหายเครียดหรือยัง นายไผ่ตอบว่า “ไม่มี ไม่ได้เครียดอะไรเลย เสร็จประชุมวันนี้ก็จะไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว” ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่าทำไมพรรคนี้มีแต่หนีไปเที่ยวต่างประเทศ นายไผ่ ตอบว่า ตนเองหาเสียงมาเยอะเหนื่อยอยากพักแล้ว อยากเที่ยวบ้าง