“พรรคประชาชน” ชวนประชาชน จับตาเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. บางหน่วย กกต.ใช้ “บัตรบาร์โค้ด” หรือไม่ จี้ 3 ข้อเปิดเผยใบขีดคะแนน 5/11 ปรับปรุงการเผยแพร่คะแนนเลือกตั้งทางการให้เข้าถึงง่าย



วันที่ 19 ก.พ. 2569 เวลา 10.30 น. ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ผอ.กองอำนวยการเลือกตั้งของพรรค และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของ กกต. พร้อมร้องให้ กกต. ตอบคำถามประชาชนให้สิ้นข้อสงสัย


โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า กรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ย้ำจุดยืนของพรรคอีกรอบ อยากให้ประชาชนจับตาการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. นี้ วันนี้ประจักษ์ชัดแล้วว่าในบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นบาร์โค้ดรหัสบัตร พูดง่าย ๆ ตรวจย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนแต่ละคนที่ลงคะแนนเสียงกาให้กับใคร คำถามที่ถกเถียงในสังคมคือ การมีอยู่ของบาร์โค้ดจะทำให้การออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ไม่ลับจริงหรือไม่


ปัจจุบันเราจะเห็นว่ามี 2 กลุ่มความเห็น โดยความเห็นแรก พรรคประชาชนเห็นด้วยคือ 1.เรามองว่าออกเสียงลับหรือไม่ คือการตั้งคำถามว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ ว่ากาอะไร ไม่ว่าจะเข้าถึงข้อมูลใดก็ตาม ดังนั้นถ้าเกิดว่าการออกเสียงจะลับ ต้องตรวจสอบกลับไม่ได้ ไม่ว่าเชิงทฤษฎี หรือปฏิบัติ สอดคล้องกับจุดยืนพรรคประชาชนเท่ากับว่าการออกเสียงครั้งนี้ไม่ลับ เพราะในเชิงทฤษฎีการมีอยู่ของบาร์โค้ด ทำให้เช็กได้ว่ากาให้กับใคร


2.นิยาม กกต. เป็นอีกแบบหนึ่ง นิยามว่าการออกเสียงถือว่าลับ แม้ว่าตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในเชิงทฤษฎี แต่ตรวจสอบย้อนกลับไปได้ยากในเชิงปฏิบัติ โดย กกต. พยายามบอกว่า นิยามแบบนี้ เลือกตั้ง 8 ก.พ. ยังลับอยู่ โดยให้เหตุผลว่า บัตรลงคะแนน และต้นขั้วในที่ปลอดภัย แม้เรายอมรับนิยามคำว่าลับของ กกต. แต่การตรวจใครกาให้กับใครไม่ได้ยากขนาดนั้น ไม่เกี่ยวข้องเลยว่า กกต.เก็บบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วไว้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่า ใครกาให้กับใคร โดยไม่ต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วดังกล่าว

...


นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นทั้งหมดตนไม่ได้บอกว่ากระบวนการแบบนี้เกิดขึ้น 8 ก.พ. แต่การมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเปิดช่องโหว่ ทำให้การออกเสียงไม่ลับ หากผู้สมัครรู้ระบบบาร์โค้ดก่อน สามารถใช้ช่องโหว่ตรงนี้เช็กได้ว่าใครกาให้กับใคร ประเด็นที่เราคุยกันอยู่นี้ จะถูกทดสอบ และสังเกตการณ์อีกครั้งในการเลือกตั้งใหม่บางหน่วยในวันที่ 22 ก.พ. เข้าใจว่าใน กทม.เองมีเขตเลือกตั้งที่ 15 มีการเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย


“อยากสื่อสารว่า หาก กกต. ยืนยันว่าบัตรออกเสียง หรือบัตรเลือกตั้งตัวเองไม่มีปัญหาจริง เราควรเห็น 2 อย่างคือ 1.กกต.ใช้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดอยู่ในวันที่ 22 ก.พ. 2.เราควรเห็นการนับคะแนนไม่มีความพยายามปกปิดบาร์โค้ด สิ่งที่ตนกังวลใจว่า กกต. อาจออกแนวปฏิบัติปกปิดบาร์โค้ด ถ้าทำเช่นนั้นเท่ากับยอมรับแล้วว่าบาร์โค้ดมีปัญหา เพราะเป็นการออกแนวปฏิบัติแตกต่างไปจากวันที่ 8 ก.พ. ย้ำว่าหาก กกต. ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งตัวเองไม่มีปัญหา กกต.ต้องใช้บัตรเลือกตั้งแบบเดิม และต้องไม่มีการออกคำสั่งใด ๆ ทำให้กระบวนการนับคะแนนมีความพยายามปิดบาร์โค้ด หรือทำอะไรที่ต่างไปจาก 8 ก.พ.” นายพริษฐ์ กล่าว


โฆษกพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ข้อเรียกร้องของพรรคประชาชนให้เปิดเผยข้อมูลบางหน่วย วานนี้ กกต. ออกเอกสารข่าวว่าเปิดเผยผลรายหน่วยครบ 400 เขต มีการเผยแพร่เอกสาร 5/18 ที่รายงานผลรายหน่วยในเว็บไซต์ บอกว่าครบทุกหน่วยแล้ว ยกเว้นหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ เมื่อไปตรวจสอบมาพรรคประชาชนมี 3 ข้อเรียกร้อง


1.อยากให้ กกต.ยืนยันว่าปัจจุบันหากไม่นับหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ มีการเปิดเผย 5/18 ครบทุกหน่วยแล้วหรือไม่ เพราะพรรคประชาชนยังได้รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชนว่า มีบางหน่วยยังไม่อัปโหลดเอกสาร 5/18 และบางเขตเลือกตั้งมีครบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ขาดผลการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร


2.เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยเอกสาร 5/18 หรือผลรายงานนับคะแนนรายหน่วย ในรูปแบบที่มันสะดวกต่อประชาชนในการวิเคราะห์ หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลนี้อยู่ใน Google Drive เป็นการสแกนภาพ ทำให้ประชาชนไปบวกตัวเลขทำได้ยาก กกต.ควรเผยแพร่แบบตาราง Excel เชื่อว่า กกต.มีข้อมูลแบบนี้ในมืออยู่แล้ว


3.ให้ กกต.พิจารณาเปิดใบขีดคะแนนรายหน่วย หรือ 5/11 ให้ครบทุกหน่วย แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ถ้า กกต.เปิดเผยตรงนี้ ทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยมากขึ้น เพราะเอกสารใบขีดนับคะแนน เป็นเอกสารที่ประชาชนสังเกตการณ์ สามารถโต้แย้งถ้ามีการขีดคลาดเคลื่อน เราค้นพบว่ามีหลายกรณีที่ภาพของใบขีดคะแนน 5/11 ที่ตัวแทนเราถ่าย หรือประชาชนถ่ายในวันนับคะแนน 8 ก.พ. มีคะแนนไม่ตรงกันกับเอกสาร 5/18 ในหน่วยเดียวกัน


ขณะที่นายกิตติชัย กล่าวว่า ในการเปิดเผยแบบ 5/11 มีความสำคัญ สอดคล้องกับการประกาศผลในแบบ 5/18 วันนี้ตนเตรียมตัวอย่างมา 8-9 เคสให้ดู ว่ามีปัญหาจริง ๆ ขณะนี้เราได้รับเรื่องร้องเรียนมากกว่า 100 เรื่อง ในเรื่องแบบขีด และแบบ 5/18 ไม่ตรงกัน เช่น จ.เชียงใหม่ เขต 6 เห็นได้ชัดว่า ผลคะแนน 5/11 ผู้สมัครของพรรคประชาชนได้เบอร์ 2 มีคะแนนที่ 59 คะแนน แต่พอ กกต.เปิดเผยตัวเลขในใบ 5/18 เห็นว่าคะแนนของผู้สมัคร พรรคประชาชนลดลงไป 10 คะแนน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นว่า ทำไมเรียกร้องให้ กกต.เร่งเปิดเผยแบบ 5/11 เพราะเป็นการรวบรวมผลนับคะแนนหน้าหน่วย ณ วันนั้น มีภาคประชาชนที่ได้เก็บข้อมูลมา


ถ้า กกต. อยากทำให้เรื่องเลือกตั้งหายข้อสงสัยต่าง ๆ เร่งให้เปิด 5/11 เพื่อให้มีการตรวจสอบ ให้ข้อสงสัยนี้หมดไป นอกจากนี้ บางหน่วยรายชื่อคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ตรงกันในใบ 5/11 และ 5/18 ไม่รู้ใบไหนถูกต้อง ขณะเดียวกันคะแนนของผู้สมัคร สส.บางหน่วยในใบ 5/11 ได้คะแนนน้อยกว่า แต่ในใบ 5/18 กลับได้คะแนนมากกว่า


นายกิตติชัย กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งคือกรณี จ.สมุทรปราการ เขต 6 เข้าใจว่า กกต.ได้ส่งข่าวไปแล้วว่า ทุกอย่างจบสิ้นกระบวนการไปแล้ว จะไม่ได้มีการสั่งนับคะแนนหรือลงคะแนนใหม่แต่อย่างไร แต่ในส่วนของระเบียบ กกต.ระบุไว้ชัดเจนว่า กกต.หรือ กปน.เมื่อเสร็จจากการลงคะแนนแล้ว ต้องเก็บอุปกรณ์ทุกอย่าง รวมถึงแบบขีด และบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร พร้อมทั้งใส่สายรัดอย่างแน่นหนา สัมพันธ์กับเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ กกต.แถลงข่าวทำให้พวกเราเห็นว่า หีบบัตรหลังลงคะแนนแล้วต้องเก็บใส่ถุงใส แล้วรัดสายรัด จัดเก็บที่ปลอดภัย แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏมีแบบขีด 5/11 ไปอยู่ที่บ่อขยะ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า แบบ 5/11 เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อยากเรียกร้องให้ กกต.เร่งตรวจสอบกรณีนี้ ในส่วนผู้สมัคร สส.ปชน.ของเรา จะได้ไปฟ้อง และดำเนินคดีทางอาญากับ ผอ.กกต.ประจำจังหวัด ในฐานะที่ต้องดูแลจัดการเลือกตั้งสมุทรปราการ


ปัจจุบันเรารวบรวมเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าผู้สมัครของเรา หรือประชาชนส่งเข้ามา เราได้ร้อง กกต. หรือ กกต.จังหวัด ไปแล้ว 58 เรื่อง แบ่งเป็น บัตรเขย่ง หรือจำนวนผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน 16 เรื่อง จำนวนผู้มาใช้สิทธิแบบเขต และบัญชีรายชื่อไม่ตรงกัน 1 เรื่อง พฤติกรรมของ กปน.ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ 17 เรื่อง พฤติกรรมการซื้อเสียง 1 เรื่อง และการใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ 23 เรื่อง


เมื่อถามถึงกรณี กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องสมุทรปราการไปแล้ว นายกิตติชัย กล่าวว่า ในส่วนของระเบียบกำหนดไว้ชัดว่า เอกสารหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเก็บในที่ปลอดภัย และเก็บในหีบบัตร เรื่องชำรุดหรือไม่ เป็นสิ่งที่เกิดแล้วอาจชำรุดได้ แต่ประเด็นคือแบบ 5/11 หลุดจากหีบได้อย่างไร แล้วไปอยู่ในบ่อขยะด้วย เรื่องนี้ กกต.ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบว่า มีแบบ 5/11 หลุดออกมานอกหีบได้อย่างไร อย่างที่เรียกร้องไปว่า มีความจำเป็น และในสิ่งที่ กกต.ทำให้หายข้อสงสัยได้จากหลักฐานทุกอย่าง ถ้าเปิดได้เราอยากเรียกร้องให้เปิดทุกเขต ขณะนี้มีประชาชนได้เก็บข้อมูลมาวันหน้าหน่วยนับคะแนนจริง ส่งมาให้เรา เราอยากให้ กกต.เปิดทั้งหมด 100% เช่นเดียวกับ 5/18 ที่ยังไม่เปิดครบทุกหน่วย อยากเร่งให้มีการเปิดเผยเรื่องนี้โดยเร็ว


ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องย้ำว่าเอกสาร 5/11 ไม่ใช่เอกสารหลัก เป็นใบขีดคะแนนที่ประชาชนถ่ายได้ เป็นสิทธิประชาชนที่จะถ่ายได้ มีคนถ่ายแล้วจริง ๆ แต่ ณ วันที่นับคะแนนประชาชนอาจไม่ได้ไปครบทุกหน่วยกว่า 1 แสนหน่วย มันไม่ได้เป็นเอกสารลับอะไร แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ สามารถเปิดเผยได้ไม่ผิดกฎหมายอะไร