“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” แฉทุจริตฮั้วประมูลกรมการข้าว 2,000 ล้าน ตอกย้ำคดีนักร้องตบทรัพย์มีมูล อึกอักถูกนักข่าวจี้ถามกล้าธรรมคุมเกษตรฯ ลั่น ไม่ได้เป็นลูกน้องพรรคการเมืองไหน


วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ แถลงข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  โดยช่วงหนึ่งกล่าวถึงกรณีการแบ่งเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้ ว่า ทำไมนักการเมืองหน้าขาวเคยอยู่แต่ห้องแอร์แย่งไปดูกระทรวงเกษตรฯ ไม่ทราบว่า  แย่งกันเพื่อผลักดันราคาพืชผลการเกษตร หรือกระทรวงเกษตรฯ มีทรัพยากรมหาศาล ซึ่งเรื่องนี้มีพลเมืองดีส่งข้อมูลมาให้ตน เป็นข้อมูลของกรมการข้าว ที่มีทีโออาร์ (TOR) 5 ฉบับ มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2567 มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2567-2568 มีข้อสงสัยว่ามีการล็อคสเปกแล้วหรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ เผยต่อไปว่า เรื่องนี้เริ่มจากมีไลน์แชตสนทนาระหว่างข้าราชการกรมการข้าวกับตัวแทนบริษัทเอกชนรายหนึ่งหลุดออกมา มีข้อความระบุว่า ให้ตัวแทนบริษัทเอกชนรายดังกล่าว ช่วยจัดหาบริษัทเอกชนมาร่วมประมูลโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 4-5 บริษัท ผ่านกระบวนการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ข้อเท็จจริงกลับมีการไปทำเอกสารประกวดราคาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแทน มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายชัดเจน เรื่องนี้มีคนไปร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว จนนำมาสู่การรีดเอาทรัพย์ที่ทุกคนทราบกันดี 

ผู้สื่อข่าวถามว่าแบบนี้เป็นการฮั้วหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า แบบนี้เป็นการฮั้วแน่นอน ซึ่งราคาที่เสนอต่ำกว่าราคากลาง 2.4 ล้านบาท ส่วนพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่ ตนไม่รู้ แต่ส่วนตัวไม่เชื่อน้ำมือพรรคภูมิใจไทย ส่วนคำถามว่ากลุ่มการเมืองไหนที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ทนายอั๋น ตอบว่าไม่รู้ แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2567-2568 

...

เมื่อถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรมที่เคยคุมกระทรวงเกษตรฯ ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ใช่หรือไม่ นายภัทรพงศ์ มีท่าทีอึกอักก่อนจะตอบว่า ถ้าพูดแบบนั้นอาจจะใช่ พร้อมฝาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ถ้าได้ไปดูกระทรวงเกษตรฯ อีกครั้งหนึ่ง ขอให้เข้าไปดูในส่วนนี้เพราะมีพฤติการณ์อยู่ ขณะที่คำถามว่าปัญหาเหล่านี้ปลายทางจะไปจบลงที่ไหน นายภัทรพงศ์ นิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบว่า ตนไม่เชื่อใจ แต่จะคอยติดตามรัฐมนตรีคนใหม่หวังว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้ มันอุกอาจเกินไปที่ให้เจ้าหน้าที่มารับเคลียร์รับจบแบบนี้

ขณะที่คำถามว่าใครบ้างที่ส่วนผิดในกรณีนี้ ทนายอั๋น บอกว่า เจ้าหน้าที่ ส่วนจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับไหนบ้างนั้น ตนไม่รู้ว่าอดีตอธิบดีจะรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ พร้อมชี้ไปที่รูปเจ้าหน้าที่ที่ได้นำมา และกล่าวว่าคนนี้คือเลขาฯ ไม่รู้ว่าอธิบดีรู้เห็นด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบ ส่วนจะสาวไปถึงอดีตรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ไม่ตอบ แต่กล่าวว่าเห็นข้อมูลมา อยากให้เจ้าตัวมาเปิดดีกว่า เขาอยากนำเสนออยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าติดหรือไม่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เก้าอี้รัฐมนตรีไป นายภัทรพงศ์ ระบุว่า ตนตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด และเห็นข่าวทำให้ไม่สบายใจกับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด ถ้าเห็นข่าวคุมกระทรวง ทบวง กรม ตนก็ต้องตรวจสอบไม่ว่าจะพรรคไหน ตนทำหน้าที่ในภาคประชาชน วันนี้เอาเงินไปว่าความเพื่อสู้ทางการเมือง ตนก็สุดเหมือนกัน ตนไม่ได้เป็นขี้ข้าหรือลูกน้องพรรคการเมืองพรรคใด.