"เรืองไกร" ทิ้ง พปชร. ยื่นลาออกกลาง กกต. ลั่นพรรคเล็กไปไม่มีที่ยืน เตรียมสวมวิญญาณนักร้องอิสระไล่เช็กบิล "บาร์โค้ด-สเปกเตอร์ซี"
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อ กกต. โดยให้เหตุผลว่า ต้องการความเป็นอิสระในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้คล่องตัวขึ้น หลังพรรคพลังประชารัฐพ่ายแพ้เลือกตั้งเหลือ สส. เพียง 5 ที่นั่ง และต้องมีที่ยืนที่สะดวกกว่านี้ โดยก่อนลาออกได้เข้าพบและรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่านแสดงความเคารพในการตัดสินใจและยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
สำหรับภารกิจหลังจากนี้ นายเรืองไกรเตรียมตรวจสอบประเด็นความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่อง "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งที่หลายฝ่ายมองว่าขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ (มาตรา 85) แต่นายเรืองไกรตั้งข้อสังเกตว่าควรพิจารณามาตรา 83 วรรคสอง ประกอบด้วย พร้อมเตือนกลุ่มที่พยายามร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า ต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายรอบด้าน เพราะการตรวจสอบย้อนหลังบัตร 30-40 ล้านใบทำได้ยาก และแนะนำให้ไปโฟกัสเรื่อง "บัตรเขย่ง" ที่ กกต. ต้องเร่งชี้แจงสาเหตุให้ชัดเจนจะดีกว่า
นอกจากนี้ นายเรืองไกรยังได้พาดพิงถึงกรณีระบบ "สเปกเตอร์ซี" (Specter C) ที่พรรคประชาชนกำลังถูกโจมตี โดยมองว่าข้อมูลที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช ออกมาแก้ต่างนั้นอาจส่งผลลบต่อตนเอง หากตรวจสอบพบว่าพรรคเข้าไปก้าวก่าย ถือหุ้น หรือนำเงินกองทุนไปจ่ายค่าจ้างให้บริษัทดังกล่าวจริง อาจรุนแรงถึงขั้นถูกยุบพรรคได้ ซึ่งตนเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้วแต่ขอละไว้ก่อนเพราะต้องการรอดูความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก
...