“ธรรมนัส” ยังไม่ได้คุย “นฤมล” หลังมีภาพกับ “อนุทิน” ย้ำไม่มีคุยเรื่องร่วมรัฐบาล-แบ่งกระทรวง แนะโฟกัสเรื่องบัตรเลือกตั้งก่อน โอ่ เคยเป็นฝ่ายค้านแล้ว และทำได้ดีด้วย แจงไปยุโรปทุกปี
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงกรณีมีภาพ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.สงขลา โดยเมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนางนฤมลหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน พอดีเมื่อคืนมีงานและกลับบ้านดึก
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัส ถึงไม่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนเองยกเลิกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเพราะติดงาน ขณะที่คำถามว่าวันนี้สัญญาณการพูดคุยกันเป็นอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า ยังยืนยันคำพูดว่าไม่มีอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแถลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และในส่วนของพรรคกล้าธรรม วันที่ 19 กุมภาพันธ์จะมีการประชุมว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปยุโรป ตอนนี้สมองคิดถึงแต่เรื่องแสงสีเขียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย
ส่วนประเด็นที่ตอนนี้มีกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะไม่ได้ร่วมรัฐบาลและไปเป็นฝ่ายค้าน มีคำยืนยันจากพรรคภูมิใจไทยหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ทุกอย่างมาจากสื่อ ซึ่งสื่อจะได้ยินมาจากแหล่งข่าวคนใดตนก็ไม่ทราบ แต่สำหรับตนอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม
...
เมื่อถามอีกว่าได้พูดคุยกับนายไผ่หรือไม่ หลังจากที่ได้คุยกับนายไชยชนก มีการลงรายละเอียดถึงการแต่งตั้งรัฐบาลอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนไม่เคยออกหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของหน้างาน แต่ในส่วนของหลังไมค์เชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรกันลึกซึ้ง สมมติว่าถ้าตนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะยังไม่พูดคุยเรื่องต่างๆ เพราะมันเร็วเกินไป การพูดมากโดยที่ไม่เห็นรูปร่างของ สส. โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อก็ยังไม่นิ่ง ดังนั้น ควรจะนิ่งก่อน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะขาดความมั่นใจในรัฐบาลที่ทำงานอยู่
ในประเด็นที่ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมถูกมองว่าเป็นพันธมิตรกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็เจอกันทุกวันอังคารอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปนั่งคุยกันหน้างาน ส่วนการไปที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวจับมือร่วมกันนั้น ยืนยันว่าเราไม่เคยทำอย่างนั้น ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ย้อนถามสื่อมวลชนว่า “กล้าธรรมเคยทำอย่างนั้นหรือ”
ทางด้านคำถามว่าพรรคกล้าธรรมจะรอให้พรรคภูมิใจไทยมาพูดคุยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า เราอยู่ในรัฐบาล 2 พรรค คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคอื่นเขาไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาล ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ตนอยากให้สื่อสนใจคือปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องของบัตรเขย่งและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ควรสนใจเรื่องเหล่านี้มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะมีไวหรือช้า ก็ยังมีรัฐบาลคอยบริหารบ้านเมืองอยู่
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจลาไปต่างประเทศในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ แต่วางแผนมาเป็นปีแล้วว่าจะพาครอบครัวไปดูแสงสีเขียว ตนไม่ได้ซีเรียส สังเกตได้ว่าตนจะให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน เมื่อถามถึงกรณีที่หลายคนแซวไปยุโรปครั้งนี้ไปพักใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า ตนไปทุกปีในช่วงนี้ เป็นการพักผ่อน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ตนจึงเลือกประชุมพรรค
ขณะที่การประชุมพรรคกล้าธรรมจะได้คำตอบที่ชัดเจนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การประชุมพรรคเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังการเลือกตั้ง เราต้องแสดงความยินดีกับคนที่สอบผ่าน และตนต้องพบกับสมาชิกพรรคแถว 2-3 ทุกคน เพราะไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สไตล์ตน ยืนยันว่ายังไม่ได้คุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้ง ดังนั้น เราคงให้ความรู้กับว่าที่ สส. ว่าควรจะระวังอะไรบ้างในการลงพื้นที่ เพราะหลายคนดีใจจนลืมกฎระเบียบ
หากพรรคกล้าธรรมไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอบว่า ถ้าเราเอาใจไปผูกไว้กับตรงนู้นตรงนี้ก็จะคิดมาก แต่การเป็น สส. และพรรคการเมืองเราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาก็มีช่วงที่ตนเป็นฝ่ายค้านและทำได้ดีด้วย
เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน การทำงานของพรรคไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ความเป็นนักการเมือง ความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เมื่อวางเป้าไว้เท่าไหร่แล้วเราได้เท่านั้น ซึ่งตนพูดเสมอว่าจะเป็นตัวแทนของคนฐานรากเข้าไปพูดในสภาฯ ถ้าเป็นรัฐบาลจะนำนโยบายไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม แต่หากวันหนึ่งเราไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เราต้องขับเคลื่อนโดยใช้สภาฯ
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณีมีสื่อหลายสำนักลงข่าวว่ามีการแบ่งโควตากระทรวงกันแล้ว ว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน อย่าเอาข่าวไปตีแบบนั้น ตนไม่ทราบว่าไปเอาแหล่งข่าวมาจากไหน แต่สำหรับตนไม่มี.