เปิดประวัติ “แบด - ภราดร ปริศนานันทกุล” ว่าที่ สส.อ่างทอง 5 สมัย หลังมีกระแสข่าวชื่อโผล่ชิงเก้าอี้ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” จับตาหวนคืนบัลลังก์ฝ่ายนิติบัญญัติในตำแหน่งสูงขึ้น
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต, แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานผลคะแนนผ่านเว็บไซต์ ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทย มีเก้าอี้ว่าที่ สส. 193 เก้าอี้ สูงเป็นอันดับ 1 เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยขณะนี้มีรายงานในเรื่องการพูดคุยพรรคร่วมรัฐบาลออกมาเป็นระยะ รวมถึงกระแสข่าวการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ซึ่งแกนนำพรรคภูมิใจไทยยังคงสงวนท่าที โดยขอรอ กกต. รับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน
นอกจากประเด็นตำแหน่งรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แล้วนั้น ยังมีตำแหน่งที่สำคัญในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 โดยกระแสข่าวช่วงนี้มีชื่อที่ถูกกล่าวถึงผู้ที่จะมาดำคงตำแหน่งประธานสภาฯ หนึ่งในนั้นคือ นายภราดร ปริศนานันทกุล
...
ประวัติ “ภราดร ปริศนานันทกุล”
สำหรับประวัติของ นายภราดร ปริศนานันทกุล มีชื่อเล่นว่า แบด เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2522 ซึ่งในปี 2569 จะมีอายุครบ 47 ปี เกิดที่ตำบลเอกราช อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรชายของ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กับนางรวีวรรณ ปริศนานันทกุล และมีน้องชายคือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล หรือ แชมป์ ว่าที่ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้ง 2569
ด้านการศึกษา นายภราดร จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี สาขาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ
เส้นทางการเมือง “แบด ภราดร”
นายภราดร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.อ่างทอง คู่กับนายสมศักดิ์ ผู้เป็นบิดา เมื่อ 23 ธันวาคม 2550 และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. อีกสมัยในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อมาปี 2561 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และในการเลือกตั้งปี 2562 โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สส.อ่างทอง สมัยที่ 3 และยังได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกพรรคภูมิใจไทย ต่อมาปี 2563 นายภราดร ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา และประชาชน สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 และการเลือกตั้งปี 2566 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. สมัยที่ 4
จากนั้นวันที่ 11 กันยายน 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26 เพื่อเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 แทนพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายภราดร ขึ้นเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 โดยไม่มีผู้เสนอชื่อเพิ่มเติม จึงทำให้ภราดร ได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 13 กันยายน
แต่ภายหลังร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยในระยะหนึ่ง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมีมติให้พรรคถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล จากกรณีคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ท่ามกลางวิกฤติชายแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2568 นายภราดร ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพื่อไปทำหน้าที่ร่วมกับ สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายค้าน ตามมารยาท ความรับผิดชอบทางการเมือง และเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 พร้อมกับการลาออกของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทยทุกคน
ทั้งนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นไปด้วยทั้งคณะ ต่อมาพรรคประชาชนมีมติที่จะโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ภายใต้เงื่อนไข MOA โดยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งนายภราดร ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ประกาศว่าจะยุบสภาฯ ภายในเวลา 4 เดือน แต่เมื่อบริหารราชการไปได้ระยะหนึ่ง มีกระแสข่าวว่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นายอนุทิน ได้ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 แล้ว กระทั่งวันที่ 12 ธันวาคม 2569 มีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ลงในราชกิจจานุเบกษา (อ่านเพิ่มเติม : โปรดเกล้าฯ ยุบสภาผู้แทนราษฎร เข้าสู่การเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน) ทำให้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งใหม่
สำหรับการเลือกตั้ง สส. ในปี 2569 นายภราดร ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง เตรียมเป็น สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย สมัยที่ 5 อย่างไรก็ตาม ในช่วงการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 นายภราดร ได้รับคำชมในเรื่องการทำหน้าที่ การวางตัว และการควบคุมการประชุมหลายต่อหลายครั้ง ต้องจับตาต่อไปว่าในปี 2569 นายภราดร จะยังคงเป็นรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2 หรือจะดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติอีกครั้ง ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม ซึ่งตำแหน่งประธานสภาฯ ยังมีชื่ออีกคนที่เป็นกระแสคือ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และว่า สส.บุรีรัมย์ เขต 5 พรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ นายภราดร ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เจ้าตัวปฏิเสธตอบคำถามกระแสข่าวว่าจะได้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยตอบทีเล่นทีจริงว่า “จะไล่แล้วหรอ จะไล่ผมแล้วหรอ ไม่อยากให้ผมอยู่ทำเนียบรัฐบาลแล้วหรอ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ระหว่างเป็นรัฐมนตรีกับเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชอบอะไรมากกว่ากัน นายภราดร ยิ้มและตอบสั้นๆ ว่า “ทำได้หมด”