“ศุภชัย” รุดให้ปากคำ กกต.เอาผิดบุคคล-พรรค ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มองเลือกตั้งยังเป็นไปโดยลับ ค้นบัตรตัวเองตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ไหน ไม่กังวลว่าจะเป็น “โมฆะ” ให้เป็นไปตามกฎหมาย
วันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. เชิญให้ถ้อยคำ ภายหลังช่วงเลือกตั้งได้มีการยื่นเรื่องเอาผิดบุคคล, พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ที่มีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาของ กกต. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่วนตัวต้องเข้าใจ กกต. เพราะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. คืออาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนกว่าล้านคน ซึ่ง กปน. ก็ต้องทำตามกฎระเบียบของ กกต. ส่วนตัวมองว่า ภาพรวมไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยขั้นตอนการนับคะแนนก็มีกระบวนการให้ยื่นเรื่องคัดค้าน และทักท้วง หากพบการทุจริต ตั้งแต่ช่วงเวลานับคะแนน
ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด ตนทราบว่า เรื่องนี้มีการยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมองว่า เป็นกระบวนการตามปกติ ซึ่งส่วนตัวคิดว่า หากไม่คิดจะเข้าไปส่องบัตรก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่า เป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ทาง กกต. ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามคิดว่า ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการตามกฎหมายเดินต่อไป
นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า เรื่องของคิวอาร์โค้ด กฎบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี 2566 ก็มี และมีเพื่อจะสืบย้อนไปดูการทุจริตของบัตร ก็มีกระบวนการการตรวจสอบ โดยปกติก็เป็นความลับอยู่แล้วว่า บัตรไหนใครเป็นคนเบิก เพื่อป้องกันบัตรปลอม ยืนยันว่า กระบวนการนี้มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมแล้ว ซึ่งความเห็นส่วนตัว ไม่มีทางไปตรวจสอบได้ว่า เลือกใคร เพราะคำว่า “ลับ” คือเราเข้าคูหาแล้วใครเห็นว่า เรากาอะไรมากกว่า ซึ่งหากไปล้วงคูหาตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า บัตรตัวเองอยู่ไหน เพราะเลือกไปแล้วก็จบไปแล้ว ขอให้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย พร้อมไม่กังวลว่า การจะตั้งครั้งนี้ถึงขั้นโมฆะ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายก็จะวุ่นวาย
...
ส่วนคนที่ยื่นร้อง กกต. เรื่องนี้ไปแล้วก็ให้รอ ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น หรือจะส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก็ต้องว่ากันตามขั้นตอน ทั้งนี้เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเกมการเมือง มองว่า เป็นอารมณ์ของผู้คนมากกว่า