กลุ่ม We Watch รวมตัวเรียกร้อง กกต. เร่งเปิดผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างเป็นทางการ 100% แนะลาออก รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น ชี้ ควรปฏิรูป-ลดอำนาจมีมากล้นจนเกินไป
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มภาคประชาชนในนาม We Watch เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารบี เพื่อยื่นแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง
นายพงศธร กันทวงค์ และ น.ส.ธนาพร จูฑะสมพากร ตัวแทนกลุ่ม We Watch ได้อ่านแถลงการณ์ สรุปสาระว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งความโปร่งใส ความทุจริตและเที่ยงธรรม ความมีประสิทธิภาพ ความมืออาชีพ ความเป็นอิสระ และความรับผิดชอบ จึงมีข้อเรียกร้องเสนอให้ กกต. ออกมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ระยะเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม
...
1. กกต. ควรเปิดเผยข้อมูลผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด รวมทั้งเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย หากเป็นไปได้ควรเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนนตามหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท
2. ชี้แจงข้อสงสัยในปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ อธิบายทุกปัญหาอย่างละเอียด มีหลักฐานรองรับ และสามารถตรวจสอบได้ เช่น ปัญหาคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ปัญหาระบบรายงานผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม รวมถึงปัญหาบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ QR Code
3. นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาหรือข้อสงสัย โดยให้ดำเนินการนับคะแนนต่อหน้าประชาชน ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชน
4. เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบกระบวนการการทำงานของ กกต. เพื่อความโปร่งใส
5. เพื่อสร้างความชอบธรรมต่อประชาชน กกต. ควรต้องพิจารณาความรับผิดชอบของตนเองอย่างจริงจัง ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงการรับผิดชอบอย่างจริงใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
ระยะที่ 2 ระยะยาว เพื่อรับประกันความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดการเลือกตั้งในอนาคต
1. ต้องปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้มีความอิสระ น่าเชื่อถือ เป็นกลาง ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่โปร่งใสและยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
2. ควรฟื้นบทบาท กกต.ในระดับจังหวัด เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอการสั่งการจากส่วนกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าต่อการแก้ไขปัญหา
3. ควรปฏิรูปลดอำนาจของ กกต. ลง เพราะตอนนี้อำนาจของ กกต. มีมากล้นจนเกินไป โดยเฉพาะอำนาจการสอบสวน สืบสวน และวินิจฉัยระงับปัญหา อีกทั้งอำนาจการชี้ขาดวินิจฉัยปัญหา จนกลายเป็นมีอำนาจที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เสมือนว่า กกต. เป็นผู้ถืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการไว้ในองค์กรเดียว
ทางด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ตัวแทนภาคประชาชน เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ ที่มายื่นต่อ กกต. ในวันนี้ เพื่อต้องการให้แก้ไขปัญหาข้อผิดพลาดและข้อครหาที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา กกต. ไม่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนให้กระจ่าง จนทำให้ภาคประชาชนเกิดความไม่พอใจและมีเสียงสะท้อนผ่านประชาชนหลายฝ่ายถึงความไม่มั่นใจต่อการจัดการเลือกตั้งและการทำงานของ กกต.
ทั้งนี้ หน้าที่ของการรักษาเสียงของประชาชนควรจะต้องเป็นหน้าที่ของ กกต. เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย แต่กลายเป็นว่า กกต. ผลักภาระให้ประชาชนด้วยกันเป็นผู้คุ้มครองสิทธิและเสียงของประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ กกต. ซึ่งแต่เดิมก็ไม่มีความเชื่อมั่นอยู่แล้ว ดังนั้น กกต. ควรจะต้องแสดงบทบาทและความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเพื่อให้ผลเลือกตั้งตรงตามเจตจำนงของประชาชน ถ้าไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ผู้ได้รับเงินภาษีจากพี่น้องประชาชน แล้วจะเป็นหน้าที่ของใคร
น.ส.ภัสราวลี เผยต่อไปว่า ที่ผ่านมา กกต. ได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ กกต. ก็แถลงแต่ในมุมมองของตัวเอง ไม่ได้มองในมุมของประชาชน การแถลงของ กกต. จึงฟังไม่ขึ้น จึงมองว่า กกต. ไม่ต้องออกมาแถลงรายวันแล้ว แต่ควรต้องเปิดห้องพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อที่อย่างน้อยภาคประชาชนจะได้นำปัญหาที่มีการร้องเรียน โดยเฉพาะผ่านกลุ่ม We Watch ที่มีมากกว่า 5,000 เรื่อง โดยอยากให้ทาง กกต. แสดงความจริงใจด้วยการเปิดเผยเรื่องร้องเรียนหน้าหน่วยเช่นเดียวกัน เพื่อมาเปรียบเทียบปัญหาและร่วมกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน
ส่วนประเด็นที่นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจว่าประชาชนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของ กกต. นั้น น.ส.ภัสราวลี มองว่า ก็เป็นผลสำรวจจากบุคคลกลุ่มหนึ่ง แต่พี่น้องประชาชนเกือบทั้งประเทศเห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อครหาและไม่โปร่งใส ประชาชนหลายคนถึงขนาดต้องสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาจับตาการทำงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน้าหน่วยเลือกตั้ง
ด้วยเหตุนี้ จึงขอเรียกร้องไปยังประชาชนที่ร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึง กปน. ที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้ร่วมกับภาคประชาชนในการส่งข้อมูลดิบ ทั้งภาพถ่ายกระดานขีดคะแนนและข้อมูลตัวเลข ส่งมายัง vote62.com เพื่อที่ภาคประชาชนจะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบหรือเช็คกับข้อมูลในเว็บของ กกต. อีกครั้งว่าตรงกันหรือไม่
ต่อมา นายพงศธร กล่าวว่า ทางกลุ่ม We Watch ก็ได้ทำผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชากร 1,000 คนเช่นเดียวกัน พบว่า มี 57% ที่ไม่พอใจการทำงานของ กกต. ส่วน น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ กล่าวเสริม โดยเรียกร้องให้ กกต. ถอนแจ้งความและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนที่ไปร่วมสังเกตการนับคะแนนและการเคลื่อนย้ายบัตรเลือกตั้ง เพราะภาคประชาชนคือผู้มีส่วนร่วมสำคัญ และ กกต. ต้องมีบทบาทจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นสำคัญ อีกทั้ง กกต. ควรจะต้องฟังเสียงของประชาชนด้วยการเชิญประชาชนมามีส่วนร่วมกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำงานร่วมกับ กกต. ด้วย.