พรรคประชาชน มอบ “หมอวาโย” เก็บข้อมูล จ่อฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมทำบาร์โค้ดไว้ในบัตรเลือกตั้ง ชี้เป็นช่องโหว่ อาจสร้างการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ส่งผลต่อเลือกตั้งครั้งหน้า

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึง ประเด็นในบัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ด ที่สามารถแทร็กหาต้นขั้วบัตรได้ว่า เมื่อวานนี้ กกต. มีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ว่าบาร์โค้ด สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิได้ ในเชิงทฤษฎี เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามหลักการที่สังคมเข้าใจ โดยประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะย้อนตรวจว่าใครกา อะไร ยากหรือง่าย แต่อยู่ที่ว่า มีใครเข้าถึงการระบุตัวตนในบัตรใบนั้นได้ เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ เปิดให้พรรคการเมืองเข้าถึงระบบไปเช็คข้อมูลว่าใครลงคะแนนอย่างไร เช่นการใช้อำนาจเงิน บังคับให้ผู้มาใช้สิทธิ จำเลขต้นขั้ว มาแจ้งหัวคะแนน ย้ำว่า ไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีแค่ไหน หากเข้าถึงตัวเลขได้ ก็เสี่ยง หรือ หากมี กปน. ทุจริต ถ่ายภาพบัตรต้นขั้ว ออกมาก็ทำได้

...

นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้ กกต. จะชี้แจงว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่การใส่บาร์โค้ด เปิดช่องขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นภัยกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้น การมีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้ง อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย หากในอนาคตข้อมูลรั่วไหลออกไป จะทำให้รู้ว่า ประชาชนลงคะแนนให้พรรคไหนบ้าง และจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง สร้างการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

พรรคประชาชน ยืนยันตรวจสอบไม่ใช่เพื่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง แต่ต้องการปกป้องเสียงของประชาชน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่ จงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย จึงได้มอบหมายให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรื่อง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง ทำคำร้อง ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินคดีกับ กกต. และเลขา กกต. ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่