ส่อทุจริตเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย “พรรคไทยสร้างไทย” เตรียมรวบรวมหลักฐานฟ้อง กกต. 3 ศาล ทำหน้าที่ไม่โปร่งใส เจอบัตรเขย่ง ใช้บาร์โค้ดบนบัตร ย้ำขัดรัฐธรรมนูญ ม. 85 ชัดเจน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทยสร้างไทย นำโดยนายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย พร้อมด้วยนายภัชริ นิจสิริภัช และนายโรจนินท์ ศิริเบญญาภิรมย์ ร่วมกันแถลงข่าวก่อนลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานการทุจริตเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ส่อว่าจะมีการทุจริตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย
นายศุชัยวุธ พรรคไทยสร้างไทย ขอย้ำว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 41(2) (3) และมาตรา 50 (1) และมาตรา 51 ให้สิทธิประชาชน ร้องทุกข์และฟ้องหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ
ขณะนี้พรรคไทยสร้างไทย ได้รับข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์จากประชาชนจำนวนมาก ที่ส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นความแตกต่างของจำนวนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในบางเขต ที่มีจำนวนห่างกันนับหมื่นใบ รวมถึงการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาการซื้อเสียงที่ปรากฏเป็นข่าว แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่า กกต. ได้จัดการกับปัญหาดังกล่าวหรือไม่อย่างไร อันอาจจะเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้น ตามป.อาญา มาตรา 157
ด้านนายภัชริ ยังได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างระเบียบ กกต. และรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยเฉพาะมาตรา 85 ที่ระบุชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ แต่จากการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งพบว่ามีการระบุรหัส บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดที่สามารถสืบสาวกลับไปยังต้นขั้วและระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ อันอาจขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ แม้ กกต. จะอ้างว่าจะมีการจัดเก็บอย่างดีเพื่อเป็นความลับ และปลอดภัย
...
พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าว เกิดจากการจัดการและควบคุมดูแลการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224(1) (2) มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เพื่อให้เห็นว่าคนไทยมีสิทธิร้องทุกข์และฟ้องหน่วยงานของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41(2) (3) และมาตรา 50 (1) และมาตรา 51 เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน และสร้างบรรทัดฐานความถูกต้องให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้สืบไป