กกต. แจงปมบัตรเขย่ง คะแนนบัญชีรายชื่อกับเขตไม่ตรงกันที่ขึ้นใน ECT Report เกิดจากความผิดพลาดการคีย์ข้อมูลของ กปน. ชี้ นับคะแนนเขต 1 ชลบุรี ถือว่าครบถ้วนเสร็จสิ้นแล้ว
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ร่วมกันแถลงข่าว การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยนายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ชี้แจงกรณีเกิดประเด็นบัตรเขย่ง ข้อมูลที่ปรากฏหน้าเว็บ กกต. ไม่ตรงกัน ว่า ในระบบ ECT Report 69 พยายามนำข้อมูลผลคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อมาเสนอประชาชนให้รับทราบว่า ใครมีคะแนนนำในแต่ละช่วงเวลา เป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งกระบวนการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ด้วย ECT Report มีขั้นตอน คือให้ กปน. รายงานผลผ่านระบบ โดยมีการถ่ายรูปรายงานผลการเลือกตั้งประจำหน่วย หรือ สส.5/18 เพราะเป็นผลคะแนนสุดท้ายที่ติดไว้ประจำหน่วย และ กปน.ต้องคีย์ผลคะแนนจาก สส.5/18 เข้าไปในระบบ ทั้ง 3 แบบ คือ ระบบเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ
มีศูนย์รวมคะแนนอำเภอ ทำหน้าที่เป็นทั้งการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบความถูกต้อง ที่เกิดขึ้นจาก กปน. เมื่อตรวจสอบผลถูกต้องก็จะออกที่ Dashboard ในเว็บ ECT Report 69. ส่วนที่ข้อมูลใน ECT Report 69 ของ กกต. มีคะแนนที่ไม่เท่ากัน สวิงไปสวิงมา นายกิตติพล อธิบายว่า เมื่อศูนย์รวมคะแนนเข้ามาตรวจสอบ พบว่ามีคะแนนเข้ามาในกล่องใดกล่องหนึ่ง ก็จะมีการตรวจสอบข้อมูล หากข้อมูลที่ กปน. กรอกเข้ามากับที่ศูนย์รวมคะแนนได้รับถูกต้องตรงกัน ก็จะกดยืนยัน และข้อมูลจะออกไปที่ Dashboard ซึ่งระบบไม่ได้ออกแบบมาให้รายงานทีละหน่วย จะรายงานทีเดียว 3 ประเภทเลย ทำให้ศูนย์รวมคะแนนอำเภอไม่สามารถตรวจสอบแต่ละประเภทได้ จึงเป็นที่มาว่า ทำไมจึงเกิดคะแนนที่ไม่เท่ากันแต่ละประเภท
...
พร้อมยกตัวอย่าง ขอนแก่น เขต 11 ที่ผลรวมคะแนนของผู้สมัครทุกคน สูงเกินกว่าผู้มีสิทธิ สำนักงานได้ตรวจสอบพบว่า มีการคีย์เข้ามาผิดพลาด จึงได้ปรับปรุงแก้ไข ปรับให้ตรงกับรายงาน สส.5/11 ที่ได้รับการรับรองจาก กปน.หน้าหน่วย
ด้านนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า กรณีการยื่นคำร้องทั่วไป ให้ยื่นนับแต่วันที่ กกต. ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง จนถึง 30 วัน ก่อนวันประกาศการเลือกตั้ง แต่กรณีการร้องนับคะแนนกรณีพิเศษ ให้ยื่นคำร้องในระหว่างที่นับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงคำร้องการรวมคะแนน ก็ให้ยื่นในระหว่างที่การรวมคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หากเทียบกรณีที่เขต 1 ชลบุรี ซึ่งเป็นการยื่นภายหลังที่นับคะแนนเสร็จแล้ว แต่ กกต. ได้ให้ตนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหา และพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งฝั่งผู้ร้องที่ยื่นคำร้อง 10 คน แต่มา 6 คน และมีฝั่งแกนนำกล่าวว่า รู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่มีการสอบ ตนเองได้สอบถามแล้วว่าสะดวกมาให้ถ้อยคำหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่า “เป็นลม” จึงไม่ได้บังคับให้มาให้ถ้อยคำ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องการนับคะแนน ถือว่าครบถ้วน ถือว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 เสร็จแล้ว และได้เชิญนายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน มาพูดคุยก่อนบันทึกถ้อยคำ
นอกจากนี้นายครรชิต ระบุว่า กกต. ยังให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระบวนการยุบรวมหีบบัตร ที่มีข้อโต้แย้งเรื่องแบบขีดคะแนน ซึ่งยอมรับว่า แบบขีดคะแนนของจริง เพราะของชลบุรี แบบขีดคะแนน แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใช้วิธีเขียนชื่อผู้สมัคร ส่วนแบบบัญชีรายชื่อใช้แบบพิมพ์ ซึ่งเหตุผลแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน ยืนยันกระบวนการนับคะแนนจบไปแล้ว
ด้านว่าที่ ร.ต. ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงมติ กกต. ที่ไม่ให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี ไปเมื่อวานนี้ หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ที่จะนำหีบบัตรจากบริเวณโรงยิมไปเก็บไว้ที่ศาลาประชาคม ส่วนที่สงสัยว่า บางหีบไม่มีสายรัดเคเบิลไทร์ ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นหีบที่เก็บเศษวัสดุ อุปกรณ์ที่มีการตัดทำลายไปแล้ว จึงไม่ได้คล้องสายรัด