“จุลพันธ์” เรียกร้อง กกต. ตรวจสอบการเลือกตั้งให้โปร่งใส หลังพบพิรุธทั้งอำนาจเงิน อำนาจรัฐ แทรกแซงกดดันข้าราชการ-ท้องถิ่น ขอ ปชช. ช่วยตรวจสอบหากพบเรื่องทุจริตร้องเรียนมาที่เพจพรรคเพื่อไทยได้
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย ร่วมกันแถลงข่าวถึงท่าทีพรรคเพื่อไทยในความไม่โปร่งใสการจัดการเลือกตั้ง
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง รวมถึงผู้สมัคร สส. ของพรรคเพื่อไทย ในหลายพื้นที่เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและความไม่สุจริตในการเลือกตั้ง ขอแสดงความห่วงใยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้นและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดในทุกเขต ยืนยันว่าสิ่งที่เราดำเนินการทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักฐานและข้อมูลตามกฎหมาย และจากข้อมูลเบื้องต้นมีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรมอยู่ 3 อย่าง คือ
มีข้อสงสัยเรื่องการใช้อำนาจเงินในหลายพื้นที่ มีรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้อย่างแรกต้องเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงโดยเฉพาะเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยให้ความเห็นไว้ว่ามีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติในช่วงการเลือกตั้ง หลัง กกต. ไปตรวจสอบแล้วว่าผลเป็นอย่างไร มีการกระทำการที่เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
มีการตรวจพบและร้องเรียนของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเราอยากให้ กกต. เร่งรัดติดตามคดีทั้งที่มีการจับกุมต้องสงสัยพร้อมของกลางเป็นตัวอย่าง เช่น เงินสดและโพยรายชื่อในหลายพื้นที่ ซึ่งได้พบและดำเนินการตามกฎหมายไปแล้ว จึงอยากฝากให้ กกต. ไปเร่งรัดและดำเนินการให้เสร็จตามกฎหมายที่กำหนด
...
ส่วนการใช้อำนาจรัฐ มีข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามีการใช้อำนาจในการแทรกแซงกดดันการเลือกตั้งบางพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และใช้ทหารหรือตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทางพรรคเพื่อไทยขอให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนปัญหาของการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อร้องเรียนในเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเป็นจำนวนมากเช่นกัน การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผยหรือขาดความโปร่งใส กรณีบัตรเขย่งในบางพื้นที่ที่มีคะแนนรวมเกินกว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง การฉีกบัตรเลือกตั้งที่ผิดพลาดถึง 50 กว่าใบ ความผิดปกติของบางเขตเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่นับคะแนนแล้วขอนับใหม่ คะแนนพลิกผันไปเป็นหลายหมื่นคะแนน จากแพ้กลายเป็นชนะ รวมถึงการใช้ดุลพินิจเรื่องบัตรและบัตรเสียของเจ้าหน้าที่ กปน. ซึ่งทั้งสามประเด็นนี้กระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตย
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยย้ำว่าเป้าหมายของเราชัดเจนคือความเป็นธรรมไม่ใช่ความขัดแย้ง ขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ มีกระบวนการพิจารณาสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน เพราะตอนนี้ประชาชนหลายพื้นที่เรียกร้องอย่างเช่น การให้นับคะแนนใหม่ พรรคเพื่อไทยมองว่าสามารถดำเนินการได้และจะเป็นการทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดในกรณีที่มีข้อพิพาทในที่ต่างๆ และหากมั่นใจในความยุติธรรมจะนับกี่ทีก็ไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์การเลือกตั้งอยู่แล้ว หากมีข้อสงสัยก็มองว่าควรตอบรับข้อเรียกร้องของประชาชนในแต่ละจุดให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ประชาชนจะเกิดความสบายใจมากขึ้น
พรรคขอยืนยันว่าเราจะตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ ยืนหยัดปกป้องสิทธิและคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนน ขณะนี้ได้มอบหมายให้คณะทำงานรับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยเข้ามารวบรวมความผิดปกติทั้งหมด ซึ่งคณะทำงานนี้ตั้งมาตอนก่อนเลือกตั้งแล้ว และตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วหลาย 100 เรื่อง และจะดำเนินการต่ออย่างเข้มงวด หากมีข้อสงสัยประการใดให้เข้ามาที่เว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยและส่งข้อมูลข้อสงสัยมาที่เรา เพื่อพรรคเพื่อไทยจะได้ดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสต่อไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ส่วนความคืบหน้าการทาบทามพรรคเพื่อไทยไปร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยนั้น นายจุลพันธ์ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการประสานมาและคงเป็นหน้าที่ของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล นาทีนี้อาจจะยังรอความชัดเจนเรื่องจำนวนและตัวเลขของ กกต. ยังไม่นิ่ง เราจะดำเนินการอะไรไม่ได้
ส่วนที่มีเสียงจากกองเชียร์พรรคเพื่อไทยเรื่องร่วมรัฐบาลจะเข้าร่วมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องจับมือร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล และต้องเคารพเสียงของประชาชน สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำตอนนี้คือตรวจสอบว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริตและโปร่งใสหรือไม่ ขอสื่อหรือกองเชียร์อย่าเพิ่งคิดในประเด็นนี้