กกต. แจงนับคะแนนใหม่ ปทุมธานี ไม่ทำผลเลือกตั้งเปลี่ยนแปลง ส่วนเหตุ ฉีกบัตรที่น่าน, กปน.แอบหย่อนบัตรพะเยา ขอตรวจสอบข้อเท็จจริง เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่องซื้อเสียงมากสุด ไม่ต้องห่วง จะกัดไม่ปล่อย ปมถูกวิจารณ์คนรู้ซื้อเสียงทั่วประเทศ ยกเว้น กกต.
วันที่ 9 ก.พ. 2569 เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ว่า สำหรับกรณีพบการฉีกบัตรที่จ.น่าน ขณะนี้ทาง กกต.กำลังรอรายละเอียดข้อเท็จจริงจากผู้อำนวยการเขตว่าเกิดความผิดพลาดขั้นตอนใด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับของจ.พะเยา ที่มีการจับกุมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่มีการฉีกบัตรเลือกตั้งและเตรียมบัตรไปหย่อนบัตรลงหีบโดยไม่มีอำนาจ ก็กำลังรอรายงานว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ กระบวนการนับคะแนนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ต้องรอความชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าฝ่าฝืนจะดำเนินการตามขั้นตอน
ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์นับคะแนนใหม่ ภายในหน่วยเลือกตั้งจุดหอประชุมมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นั้น เป็นกระบวนการนับคะแนนนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น ต้องย้ำว่าเมื่อมีการนับคะแนนใหม่ ผลการนับคะแนนไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป แต่ทั้งนี้กรณีดังกล่าวต้องรอรายงานข้อเท็จจริงจากผอ.กกต.จังหวัดปทุมธานีและคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง
...
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเดิมที่คะแนนพรรคภูมิใจไทยนำและเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชนนำ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนมาก ซึ่งข้อมูลตรงกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ณ สถานที่นับคะแนน
เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนสังเกตการณ์การนับคะแนนและมีการนำถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ต้องแยกเป็นทีละประเด็น โดยประเด็นการนับคะแนน ไม่ว่าจะเป็นที่ใด ประชาชนสามารถสังเกตการณ์ได้ ส่วนประเด็นที่ไม่อนุญาตหรือปิดกล้องวงจรปิด เรื่องนี้ต้องรอทราบรายงานข้อเท็จจริง เพราะอะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะเสนอให้ กกต.พิจารณา ทั้งนี้ เรามีความกังวล จึงให้แต่ละจังหวัดที่มีเหตุ ต้องรีบสรุปเพื่อรายงานและตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อถามว่า พื้นที่ จ.พิจิตร มีคนออกมาบอกว่ามีจำนวนบัตรเขย่งเกิดขึ้น ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เรากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ฉะนั้น ระบบการกรอกข้อมูล บางอย่างอาจมีการคลาดเคลื่อน ซึ่งต้องรอว่าเมื่อมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้วนั่นคือข้อมูลที่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า กรณีกทม. คันนายาว หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งมีปัญหาเนื่องจากฝนตกหนักทำให้บัตรเสียหาย กกต.จะพิจารณาอย่างไร ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ระหว่างการนับคะแนน มีฝนตก พายุพัด ได้งดการนับคะแนน ขั้นตอนต่อไปทาง กปน.ต้องรายงานต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต เพื่อรายงานต่อ กกต.เพื่อพิจารณา ซึ่งตามกฎหมายหากบัตรชำรุด เสียหาย กกต.สามารถสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้
เมื่อถามว่า คลิปโซเชียลที่มีการแอบนับคะแนนกันเอง โดยไม่เปิดเผย ไม่ชูกระดาษเลือกตั้งให้ประชาชนเห็น โดยประชาชนถ่ายคลิปและถามว่าทำแบบนี้ได้หรือไม่ แต่มีการตอบกลับว่า เป็นเรื่องทางเทคนิค ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจะประกาศได้เมื่อไร ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ตามกฎหมาย กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
มีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่องซื้อเสียงมากสุด
ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า วันนี้ กกต.มีมติให้ สำนักงาน กกต.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เรียนว่าในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเสียหาย หรือเรื่องการจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค กกต.ได้กำชับว่า ดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกเรื่อง เรื่องระบบก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไข ดังนั้นทุกเรื่องจะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต่อเนื่องและรวดเร็ว
ไม่ต้องห่วง จะกัดไม่ปล่อย ปมถูกวิจารณ์คนรู้ซื้อเสียงทั่วประเทศ ยกเว้น กกต.
รองเลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า สำหรับการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ประชาชนสามารถร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลแล้ว 30 วัน จึงจะหมดโอกาสร้อง ส่วนที่มีการวิจารณ์ เรื่องของการซื้อเสียงหลายพื้นที่มีคลิปปรากฏออกมา จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่า คนรู้กันทั้งประเทศยกเว้น กกต.หรือเปล่า ร.ต.อ.ชนินทร์ ยืนยันว่า ทุกเรื่องกำลังสืบสวนอยู่ บางเรื่องก็โดนไปแล้ว บางเรื่องก็ตามอยู่ ไม่ต้องห่วงเราเก็บตลอด กัดไม่ปล่อย ซึ่งวันนี้ก็มี ( 9 ก.พ.) คำร้องเพิ่มขึ้นอีก 2 เรื่อง รวมกับเมื่อวาน เป็น 113 เรื่อง โดยเรื่องความผิดซื้อเสียงตามมาตรา 73 ( 1 ) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาเป็นอันดับ 1 และในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง คละกันไปทุกพื้นที่
ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงระบบรายงานการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ ว่าเมื่อคืนทางสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ได้แก้ไขปัญหา ระบบที่ติดขัดทางเทคนิค และได้มีการรายงานผลคะแนนเข้ามา จนขณะนี้รายงานเข้ามาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 94 ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้รายงานไม่เกินร้อยละ 95 อีกทั้งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีตัวเลข ที่ยังไม่ถูกต้องอยู่บ้าง จึงได้แจ้งสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ได้ดำเนินการตรวจสอบ เรียนว่าขณะนี้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทุกแห่งอยู่ระหว่างให้กรรมการประจำเขตรวบรวมผลคะแนนอย่างเป็นทางการส่งไปที่อำเภอ ก่อนที่จะส่งไปที่เขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต เมื่อครบถ้วนแล้วก็จะต้องนำผลการเลือกตั้ง นำรายงานผลการนับคะแนนที่เป็นทางการและมีความถูกต้องแล้ว รวมทั้งเป็นตัวจริงส่งมาที่สำนักงาน กกต.กลาง เพื่อรายงานต่อ กกต.ต่อไป ซึ่งถึงเวลานั้นเราก็จะได้รับทราบผลคะแนนที่เป็นทางการ และ กกต.ก็จะได้นำเอกสารสำคัญที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ คือรายงานผลคะแนนรายหน่วยหรือ 5/18 เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของ กกต.เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบความถูกต้อง