“จุลพันธ์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผย ยังไม่ถูกภูมิใจไทยทาบทามตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-นโยบาย รับเสียใจผลเลือกตั้ง แต่ตั้งหลักได้ ลั่นเพื่อไทยไม่สูญพันธุ์
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีแกนนำทยอยเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางเข้าพรรคโดยใช้ประตูด้านหลัง เพื่อประเมินสถานการณ์การเมืองหลังจบการเลือกตั้ง
จากนั้นเวลา 13.59 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า “วันนี้เป็นการมาพูดคุยหารือกันเฉย ๆ” เมื่อถามว่ามีการติดต่อให้ร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ยังไม่มีการคุย”
ต่อมา 14.12 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยเปิดเผยสั้น ๆ ว่า “ขอให้รอการพูดคุยของแกนนำพรรคก่อน ส่วนกรณีมีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะเชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลนั้น เดี๋ยวก่อน หากได้รับข้อมูลชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบ”
“ชูศักดิ์” เผยภูมิใจไทยยังไม่ทาบร่วมรัฐบาล ย้ำต้องคิดให้หนัก เพราะมีผลต่ออนาคตการเมือง
ต่อมาเมื่อเวลา 15.06 น. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมภายในพรรคเพื่อไทยวันนี้ว่า “ยังไม่ได้คุยอะไรกัน ซึ่งวันนี้ได้มีการวิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งเป็นอย่างไร ซึ่งมันต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ พร้อมมองข้อดีข้อเสียของการไปร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้ตัดสินใจอะไร เป็นเพียงการฟังความเห็นด้วยกันก่อน” ส่วนประเมินหรือไม่ว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงได้คะแนนเท่านี้ นายชูศักดิ์กล่าวว่า “ก็หลายปัจจัย ซึ่งหลายพรรคก็ทำได้ตามเป้า แล้วก็มีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย”
...
ส่วนพรรคเพื่อไทยจะร่วมรัฐบาลกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือต้องรอให้เขายกหูมาคุยหรือเราแสดงตัวไป นายชูศักดิ์ กล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกัน และเท่าที่พูดกันก็มีความเห็นที่หลากหลาย ถ้าไปร่วมรัฐบาลแล้ว จะเป็นอย่างไร ซึ่งต้องฟังจากหลายฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ด้วยเพราะเป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไป เพราะมันมีผลต่ออนาคตทางการเมือง จึงต้องตัดสินใจดี ๆ”
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.50 น. นายจุลพันธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมแกนนำพรรค ภายหลังผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 ว่า “วันนี้ไม่ใช่การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แต่มีผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยเรื่องการเมืองกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร มีการถอดบทเรียนเบื้องต้นและคงต้องไปทำงานต่อ ยอมรับว่ามีความเสียใจเล็กน้อย แต่วันนี้เราต้องตั้งหลัก เอาความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ส่งมอบให้ เพื่อเดินหน้าทำเพื่อประชาชนต่อไป”
ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมาต่ำกว่าการตั้งเป้าหมายไว้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “เราคาดหวังไว้เยอะ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา การเลือกตั้งทุกคนต้องเป้าหมายไว้ให้ไกล ให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อมั่นเรื่องนโยบายว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างไรก็ตาม เรายอมรับในการตัดสินใจของประชาชน เมื่อออกเสียงมาแล้วเราก็เดินหน้าต่อ”
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าหากพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยจะดีกว่า เนื่องจากอาจทำให้ตลาดทุนมีแนวโน้มดีขึ้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ยังไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย นาทีนี้เป็นเรื่องของพรรคที่รับเสียงสูงสุดในสภาในการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล คือเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยที่จะไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หน้าตาของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือดำเนินการก่อน และรอฟังสถานการณ์เท่ากัน”
เมื่อถามว่าจุดยืนของพรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “จริง ๆ พรรคเพื่อไทยได้ประกาศบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งว่าเราไม่ได้มีข้อจำกัด แต่อย่างไรก็ตามต้องดูเรื่องแนวคิด อุดมการณ์และนโยบาย” เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “เป็นไปได้ทุกอย่าง หากถามแบบนี้”
ส่วนเหตุผลอะไรที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งยับ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่ ในมุมมองหนึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีการแพ้มาก แพ้น้อย และต้องยอมรับว่าตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล เราประสบอุปสรรคพอสมควร ซึ่งตนมองว่าเราถือว่าตั้งหลักได้เร็ว ยังคงรักษาฐานเสียงได้มากพอสมควร ในส่วนของสส.เราก็มีเกือบ 80 คนถือว่าไม่ใช่น้อย และยังคงทำงานที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้”
ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 คน เป็นคนเชียงใหม่ แต่กลับไม่ได้ที่นั่ง สส.เชียงใหม่ จะถือว่าเป็นการปิดฉากพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เชียงใหม่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่มีปิดฉาก อย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตายของพรรคใดพรรคหนึ่ง มันไม่เคยมี พรรคเพื่อไทยเองก็ไม่เคยพูดว่าที่ไหนเป็นของเรา และไม่มีทางแปรเปลี่ยนจิตใจ แนวความคิดของประชาชน ไม่มีอยู่แล้ว เมื่อประชาชนตัดสินมาสิ่งที่เราทำได้คือการปรับปรุงตัวเอง นโยบาย ตัวบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน แล้วมาวัดกันใหม่ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่จะเดินหน้าในการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย ซึ่งเริ่มคิดเริ่มทำกันแล้ว”
ส่วนที่มองว่าตัวบุคคลและนโยบายของพรรคเพื่อไทยยังไม่ตอบโจทย์ประชาชนใช่หรือไม่เพราะแม้แต่ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นบ้านเกิดตระกูลชินวัตร ยังเป็นศูนย์ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “เรื่องของการเลือกตั้งมีองค์ประกอบมากกว่านั้นทั้งตัวบุคคลและปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาประกอบกัน ทั้งบุคลากรที่เข้าร่วมการแข่งขันที่ประชาชนตัดสินใจ ซึ่งเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน”
ส่วนพรรคเพื่อไทยได้มีการประเมินปัจจัยภายนอกหรือไม่ว่าทำไมจึงได้ สส. ต่ำกว่า 100 คน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “มี แต่เดี๋ยวขอสรุปวันหลัง วันนี้คงไม่ใช่วาระที่เหมาะสมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีข้อสงสัยจริงๆ แต่วันนี้เป็นวาระที่ประชาชนเพิ่งลงมติผ่านการเลือกตั้งมา คงไม่ใช่วาระที่จะมาสรุปบทเรียน และคงต้องมีการมาพูดคุยกันอีกครั้ง”
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรียอมรับว่าเรื่องกระแสชาตินิยมมีส่วนช่วยให้คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยพุ่ง ขณะที่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีเรื่องคลิปอังเคิล มองว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ก็เป็นไปได้บางส่วน ปัจจัยมันเยอะ คงไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหลายองค์ประกอบ และในแต่ละพื้นที่ก็มีน้ำหนักมากน้อยต่างกัน ซึ่งเรามีการพูดคุยกันโดยได้มอบหมายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรค รวมถึงตนก็จะลงพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนในแต่ละจุดเพื่อดูเรื่องผู้สมัคร สถานการณ์ในพื้นที่ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราพ่ายแพ้ และบุคลากรที่แข็งแรงสามารถเข้ามาอยู่ในสภาได้ ก็ต้องไปดูเพื่อถอดบทเรียนเช่นกันว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาอย่างแข็งแรง”
สำหรับจังหวัดที่ผู้สมัครและพื้นที่แข็งแรงก็ยังถูกตียกจังหวัด นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า “มันก็เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก” พร้อมย้ำ “พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ จะสูญพันธุ์อย่างไรตั้งเกือบ 80 ก็ถือว่าเป็นพรรคใหญ่ ไม่น้อยนะ”
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถามว่ามีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทยจะติดต่อมาทาบทามพรรคเพื่อไทยให้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุริยะ หยุดคิด ก่อนหันมาถามผู้สื่อข่าวว่า “หัวหน้าพรรคได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ก็เอาตามนั้น”