ว่าที่ สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย จ.ชลบุรี "สุชาติ ชมกลิ่น" เตรียมขึ้นรถแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียง "เลือกตั้ง 2569"


วันที่ 9 ก.พ. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่ สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย จ.ชลบุรี เผยว่า ช่วงบ่ายจะขึ้นรถแห่ขอบคุณจากสำนักงานตระเวน ขอบคุณไป ต.หนองรี ต.หนองข้างคอก วนกลับมา ต.ห้วยกะปิ ต.เหมือง แล้วก็ ต.แสนสุข ผ่านมา ต.บ้านปึก ต.อ่างศิลา แล้วกลับมาที่ ต.เสม็ดบ้านเรา เพื่อขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องมอบให้ 45,000 กว่าคะแนน 

ทั้งนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าโพสต์ว่าอยากได้โครงการคนละครึ่งพลัส และความมั่นคงชายแดน ก็ให้ท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นั้นได้หนักแน่นแล้วก็รักษาอธิปไตยให้ไทยได้อย่างมั่นคง

ส่วนเรื่องตำแหน่งยังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น เพราะเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือ ครม. เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในขั้นตอนของ กกต. รับรองผลของผู้สมัครก่อน แล้วก็เข้าสภาไปทำการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร ซึ่งเมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้วก็จะมาถึงเรื่องการจัดตั้ง ครม. อีกครั้ง ในส่วนนี้ใครจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือ ครม. ก็เป็นดุลพินิจของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงโหวตจากสภา โดยผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ตามหลักกฎหมายของรัฐธรรมนูญประเทศไทย 

ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน มีฝ่ายที่ได้รับเลือกตั้งกับฝ่ายที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง มันต้องมีเหรียญ 2 ด้าน แต่เราต้องยอมรับว่าการแข่งขันก็คือเราอยู่ในบริบทของประชาธิปไตย ใครได้เสียงข้างมากของประชาชน ก็เป็นผู้ได้รับสิทธิเข้าไปรับใช้ประชาชน ในส่วนนี้ก็อยู่ที่พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจ 

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้อยู่ในพื้นฐานของกฎหมาย อย่าใส่ร้ายกัน อย่าใส่ความกัน ถ้าใครให้ร้ายใส่ความกัน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายในเรื่องของการใส่ร้ายป้ายสีแล้วก็ พรบ. เลือกตั้ง ก็จะทำให้ได้รับโทษสูงสุดทั้ง 10 ปี ส่วนนี้ก็ต้องรับไปว่าการเมืองที่ผ่านมา ใครที่จะเป็นผู้แทนหรือผู้ชนะ เราไม่สามารถที่จะพาประชาชนเข้าคูหาได้ ประชาชนเป็นผู้ที่ใช้สิทธิ์ใช้เสียง จะรวยล้นฟ้า จะจนยังไง มาจากไหนก็ 1 เสียงเหมือนกัน

...

เมื่อเช้าดูโพสต์บางคนที่อาจจะคึกคะนอง นำบัตรผมแล้วติดรูปเงิน ถามว่าแบบนี้ใครก็ทำได้ เพราะบัตรแจกเป็นแสนใบ เดินแจกทุกบ้าน แล้วก็วิธีการกระทำแบบนี้ผมว่ามันไม่สวยงาม ดูไม่ดี ใครที่ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกระทบไปจากการที่เราจะต้องต่อสู้ทางกฎหมายไป 

ทั้งนี้ ไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ แต่ตกใจว่าเขาคิดได้อย่างไร คนเราจะทำอะไรมันต้องละอายใจก่อนว่าตัวเองทำอะไรลงไป มันต้องรู้สึกละอายใจ ละอายต่อสังคม ละอายใจต่อพ่อแม่พี่น้องในการออกไปใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นให้เสื่อมเสีย.