สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด เชียงใหม่ "เพื่อไทย" สูญพันธุ์ ไม่สามารถรักษาเก้าอี้ได้เลย "พรรคประชาชน" ยังกวาดที่นั่งโซนเมือง 6 เขตเลือกตั้ง "กล้าธรรม" ม้ามืด ปักธงพื้นที่โซนชายแดนได้ 4 เขต
วันที่ 9 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 161 หน่วยของเขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ ต่างนำหีบบัตรเลือกตั้งพร้อมอุปกรณ์ในการเลือกตั้ง และผลคะแนนอย่างเป็นทางการ มาส่งคืนที่ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ด้วยความเรียบร้อย รวมถึงเขตอื่นๆ ทั้ง 10 เขต เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความถูกต้องของยอดบัตรกับจำนวนผู้ใช้สิทธิและผลคะแนนอย่างครบถ้วน ขณะนี้คงเหลือเพียงบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ห่างไกล ประมาณร้อยละ 6 จาก 2789 หน่วยเหลือตั้ง
อย่างไรก็ตาม จากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทั้ง 10 เขต ปรากฏภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาเก้าอี้ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญไว้ได้แม้แต่เขตเดียว
โดยพรรคประชาชนแม้จะสูญเสียเก้าอี้ สส. จากครั้งก่อนที่เคยได้ไป 7 ที่นั่ง ครั้งนี้ได้ 6 ที่นั่ง แต่ก็ยังคงสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตเมืองและอำเภอโดยรอบ ประกอบด้วย เขต 1 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู, เขต 2 การณิก จันทดา , เขต 3 ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล, เขต 4 พุธิตา ชัยอนันต์ และเขต 8 ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ซึ่งยังคงรักษาแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่ เขต 5 นายสมชิด กันธะยา จากพรรคประชาชน ก็สามารถแก้มือคว้าชัยได้ในครั้งนี้ ได้สำเร็จ
...
ทางด้านพรรคกล้าธรรม กลายเป็นขุมกำลังใหม่ สามารถคว้าไปได้ 4 ที่นั่ง โดยเขต 6 สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ และเขต 7 การุณย์ คูเจริญชัยกุล สามารถแย่งชิงพื้นที่เดิมจากพรรคประชาชนมาได้
ส่วนเขต 9 เป็นของนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และเขต 10 นรพล ตันติมนตรี อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ก็ยังคงรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
สำหรับสถิติการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 949,962 คน คิดเป็นร้อยละ 70.46 จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 1,348,261 คน โดยพบบัตรเสียรวม 43,911 ใบ
ขณะที่ผลการลงประชามติ พบว่าชาวเชียงใหม่ตื่นตัวอย่างมาก มีผู้มาใช้สิทธิถึง 978,769 คน หรือร้อยละ 72.59 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 72 เห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองไทยตามเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่
ซึ่งภาพรวมการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนชัดถึงความนิยมที่เปลี่ยนไปตามภูมิศาสตร์พื้นที่ ระหว่างกลุ่มคนเมืองที่เทคะแนนให้พรรคประชาชน และพื้นที่ชายแดนที่พรรคกล้าธรรมสามารถเข้าถึงฐานเสียงได้สำเร็จ