สส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) หนึ่งในกลไกของระบบเลือกตั้ง 2569 ที่ทำให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย การลงคะแนนในบัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) เป็นการเลือกพรรคการเมือง โดยคะแนนเสียงทั้งประเทศจะนำมาคำนวณเป็นจำนวนที่นั่งในสภาอย่างเป็นสัดส่วน

หลังผลการเลือกตั้ง 2569 ถูกนับจนเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเริ่มรู้แล้วว่าแต่ละพรรคการเมืองสามารถคว้าที่นั่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อไปจำนวนเท่าไหร่ ไทยรัฐออนไลน์ชวนมาทำความเข้าใจให้ชัดว่า สส.บัญชีรายชื่อ มีที่มาและความสำคัญอย่างไร

รู้จักการเลือกตั้งแบบ "บัญชีรายชื่อ" คืออะไร

สส. บัญชีรายชื่อ หรือที่หลายคนเรียกว่า "ปาร์ตี้ลิสต์" คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ไม่ได้มาจากการแข่งขันในเขตเลือกตั้ง แต่ได้มาจากคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคการเมืองทั้งประเทศ แล้วนำคะแนนนั้นมาคำนวณเป็นจำนวนที่นั่งในสภา

การเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อจะทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย ไม่ว่าพรรคจะชนะในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งหรือไม่ก็ตาม คะแนนที่ได้จะถูกรวมเพื่อนำไปจัดสรรเก้าอี้ สส. ในสภา ซึ่งการเลือกตั้งปี 2569 มี สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 100 คน จาก สส.รวมทั้งสภา 500 คน

เลือกตั้ง "สส. แบบบัญชีรายชื่อ" คือการเลือกพรรคใช่ไหม

...

คำตอบ ใช่ การเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือการกากบาท (X) เลือกพรรคการเมืองที่ต้องการสนับสนุนลงบนบัตรสีชมพูในการเลือกตั้งปี 2569 เป็นการเลือกพรรคการเมือง ซึ่งทุกคะแนนจะถูกนำไปนับรวมกับคะแนนของคนทั้งประเทศ เพื่อแปลงออกมาเป็นจำนวน สส. ของพรรคนั้นในสภา แตกต่างกับการเลือก สส. แบบแบ่งเขต หรือการกากบาท (X) ลงบนบัตรสีเขียว ที่เป็นการเลือกตัวบุคคลในการมาทำงานในพื้นที่ของเขตนั้นๆ 

เปิดที่มาของ สส.บัญชีรายชื่อ ทั้ง 100 คน มีที่มาอย่างไร

ที่มาของ สส. แบบบัญชีรายชื่อ เริ่มจากพรรคการเมืองจัดทำ "รายชื่อผู้สมัคร" เรียงลำดับไว้ล่วงหน้าเป็นบัญชี (ไม่เกิน 100 คน) เมื่อประชาชนลงคะแนนเลือกพรรค คะแนนจากทั่วประเทศจะถูกนำมารวมกัน

จากนั้น กกต. จะใช้วิธีคำนวณเพื่อดูว่าแต่ละพรรคควรได้ สส.กี่คน โดยเอาคะแนนรวมทั้งหมดมาหาร 100 เพื่อหาค่าเฉลี่ยต่อ 1 ที่นั่ง แล้วนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารค่าเฉลี่ยนี้ และดูตามลำดับรายชื่อที่พรรคส่งไว้ก่อนเลือกตั้ง ไล่จากอันดับ 1 ลงมาตามจำนวนเก้าอี้ที่พรรคได้รับ

ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวน สส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง และผู้ที่จะได้เป็น สส. ก็คือคนที่อยู่ในลำดับต้นๆ ของบัญชีตามจำนวนที่พรรคได้รับ พูดง่ายๆ คือ ประชาชนเป็นคนกำหนด "จำนวนเก้าอี้" ส่วนลำดับว่าใครได้เข้าไปนั่ง เป็นไปตามรายชื่อที่พรรคส่งไว้ก่อนเลือกตั้งนั่นเอง

ไขข้อสงสัย "สส.บัญชีรายชื่อ" กับ "สส. แบ่งเขต" ต่างกันอย่างไร

สส.แบบบัญชีรายชื่อ : รวมคะแนนเสียงทั้งประเทศ แล้วเฉลี่ยเป็นจำนวนเก้าอี้ให้แต่ละพรรค

เป็นการเลือก "พรรคการเมือง" ไม่ได้เลือกผู้สมัครรายคน คะแนนจากคนทั้งประเทศจะถูกรวม แล้วนำไปคำนวณแบ่งเป็น 100 ที่นั่ง ตามสัดส่วนคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับ จากนั้นจึงดูรายชื่อที่พรรคจัดลำดับไว้ว่าใครจะได้เป็น สส.

สส.แบบแบ่งเขตแข่งกันเป็นรายพื้นที่ ใครได้คะแนนเสียงมากที่สุด จะได้เป็น สส. ของเขตนั้น

เป็นการเลือก "ตัวบุคคล" ที่ลงสมัครในเขตต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 400 เขต เขตละ 1 คน ใครได้คะแนนมากที่สุดในเขตนั้น ก็จะได้เป็น สส.

สุดท้ายนี้ การทำความเข้าใจระบบบัญชีรายชื่อ จะช่วยให้รู้ว่าคะแนนที่เรากาให้พรรคส่งผลต่อจำนวนที่นั่งในสภาอย่างไร ทุกเสียงของประชาชนจึงมีส่วนกำหนดทิศทางการเมืองและนโยบายระดับประเทศนั่นเอง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม