เปิดนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยด้วย Thailand 10 Plus สร้างศักยภาพใหม่แก้ปัญหารวยกระจุก จนกระจาย รอคนละครึ่งพลัส เฟส 2

การเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูงที่จะได้จัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้หากย้อนมาดูนโยบายเศรษฐกิจที่ภูมิใจไทยนำเสนอ ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคนำโดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และศุภจี สุธรรมพันธุ์

โดยเอกนิติ ได้อธิบายนโยบายพรรคที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจว่า นโยบาย Thailand 10 Plus เป็นอีกเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย เปิดโอกาสให้คิดและออกแบบเองกับมือ นโยบายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการนั่งเทียน แต่เกิดจากการมองเห็นปัญหารวยกระจุก จนกระจาย และความต้องการสร้างศักยภาพใหม่ให้ประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 2 ขาหลัก ขาละ 5 ด้าน รวมเป็น 10 Plus คือ


ขาที่ 1 สร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง มุ่งเน้นดูแล 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

- คนตัวเล็กตัวน้อย Plus ดูแลมนุษย์เงินเดือนและกลุ่มเปราะบาง

- คนสูงวัย Plus เตรียมรับสังคมสูงวัยที่จะแตะ 30% ในอีก 5-10 ปี สร้างรายได้ให้คนเกษียณไม่เป็นภาระลูกหลาน

...

- SME Plus สร้างแต้มต่อให้สินค้า Made in Thailand

- ชุมชน Plus แก้หนี้และสร้างงานในท้องถิ่น ดึงลูกหลานกลับบ้าน

- การลงทุน Plus ระดับฐานราก กระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น

ขาที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างแก้วใบใหม่ รองรับน้ำที่ล้นแก้ว ได้แก่

- การศึกษา Plus สร้างสะพานเชื่อมทักษะ(Skill Bridge) เรียนฟรีมีงานทำ ไม่แจกคูปองทิ้งขว้าง

- เศรษฐกิจสีเขียว Plus (Green Economy) ดึงดูดโลกด้วยพลังงานสะอาด

- การลงทุน Plus โดยทำทางด่วนนักลงทุน (Investment Fast Pass) ปลดล็อกโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) แล้ว 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 480,000 ล้านบาท ที่เงินยังค้างท่ออยู่ รอการออกบัตรส่งเสริม หรือใบอนุญาตต่างๆ


หากนักลงทุนต้องการใช้ช่อง Fast Pass นี้ ต้องรับปากเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีเม็ดเงินลงทุนจริง ภายในปีนี้อย่างน้อย 20% ของมูลค่าโครงการ เพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจทันที ไม่ใช่แค่ตัวเลขจองสิทธิ์

ส่วนการค้า Plus เมื่อสร้างสินค้าใหม่ได้แล้ว ต้องหาตลาดใหม่รองรับ จะมีการเจรจาการค้าเชิงรุกเพื่อเปิดประตูสินค้าไทยสู่เวทีโลก และ Thailand Plus สร้างแบรนด์ประเทศไทยใหม่ ให้เป็นจุดหมายที่น่าลงทุนที่สุด ด้วยการแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค (Regulatory Guillotine) และสร้างกฎกติกาที่เป็นสากล เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าไทยมีความพร้อมครบ 3 ด้าน แรงงานทักษะ พลังงานสะอาด และกติกาที่โปร่งใส

ส่วนคำถามสำคัญว่า ถ้าทำคนละครึ่งอีก จะเอาเงินมาจากไหน นายเอกนิติ ชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับพรรคอื่น โดยคำนวณจากงบกลางรายการ สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่เหลืออยู่จริง โดยใช้งบเท่าที่มี อยากตรงไปตรงมาที่สุด คำนวณจากงบกลางที่เหลืออยู่จริง ประมาณ 30,000 ล้านบาท ก็จะใช้เท่าที่มี อาจจะไม่ถึง 30,000 ล้านบาทด้วยซ้ำ โดยจะให้ตามจำนวนสิทธิ์ที่ทำได้จริง และให้สิทธิ์ผู้ที่ตกหล่นก่อน จะไม่ขายฝันตัวเลขเวอร์ๆ เพราะนี่คือเงินภาษีของประชาชน ไม่ใช่เงินของพรรคการเมือง

"ตัวอย่างนโยบาย Quick Big Win นายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ให้โอกาสผมและทีมได้คิดและทำเต็มที่ จนคำว่า Plus กลายมาเป็นนโยบายหลัก Thailand 10 Plus ของพรรคภูมิใจไทย ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ผมและทีมงานก็ภูมิใจว่าสิ่งนี้เป็นนโยบายระดับประเทศ"