“อนุทิน” ลั่นเป็นภาพเอไอ หลังเพจดังปล่อยภาพนั่งกินข้าวกับ “เบน สมิธ” เมิน “เต้น ณัฐวุฒิ” แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันมาตามครรลองประชาธิปไตย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพจดังปล่อยภาพนั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในช่วงวันสุดท้ายการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพเอไอ ซึ่งถ้าดูภาพทั้งหมดแล้วจะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนนั้นน่าจะเป็น รมช.พาณิชย์ ภายใต้รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ณ ขณะนั้นยังไม่รู้จัก ตนพบกับนายเบน สมิธ ได้เห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกตามรูปที่เห็นมีคนยืนอยู่หลายคน ยืนเรียงกัน นั่นคือครั้งแรก แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร และผู้หญิงคนที่นั่งข้างตนก็ไม่รู้จักสักคน ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนพรรคพวกที่ไหนหรือเปล่า ซูมดูยังไงก็ไม่ใช่ ไม่คุ้นหน้าแม้แต่คนเดียว ถ้าเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นภาพจริงเอไอจริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหา เพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ตนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน ตนเชื่อว่าที่อยู่ในที่นี้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่หาเสียงก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนเป็นพันๆเป็นหมื่นๆรูป แล้วเราจะสามารถไปบอกได้หรือไม่ว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่าย มันเป็นไปไม่ได้ เจตนาสำคัญที่สุด เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ หรือเป็นบุคคลในเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราจะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ สำคัญอย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะ หลังมีการกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ
...
ส่วนกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ปราศรัยบนเวทีว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรคพท.ลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า เราไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคนคงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรค ภท. ดำเนินการทางการเมืองทุกอย่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก ตนก็ได้รับการขานชื่อมาเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ที่มีอยู่ ยังไงก็ตามก็ต้องขอบคุณ สส. ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอชื่อ และขานชื่อให้ตนมาดำรงตำแหน่งนายกฯ