ศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่ม 2 ราย รวมแล้ว 20 ราย กกต. โชว์ผลงานจับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย ในเชียงรายและสุราษฎร์ธานี ชี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ต้องติดตาม ย้ำดำเนินการทุกเรื่อง ไม่มีปล่อยทิ้ง
วันที่ 7 ก.พ. 2569 เวลา 15.00 น. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ว่า ที่ผ่านมา กกต. ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมปฏิบัติงาน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการสืบสวน สอบสวน หาเหตุในทุก ๆ วัน โดยทำล่วงหน้ามา 2 สัปดาห์แล้ว รวมถึงมีอาสาสมัครของฝ่ายปกครอง ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ กกต. ลงพื้นที่ติดตามทั้งผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียง และหัวคะแนนของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิด หรือนอกลู่นอกทาง
ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลากลางคืน ยังได้ตั้งจุดตรวจสกัดทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ อส. ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วย
นอกจากนี้ ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และอาวุธสงคราม หากมีเหตุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ได้ประสานกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในการทำงานร่วมอย่างใกล้ชิด รวมถึงยังได้เชิญผู้ที่มีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการซื้อขายเสียงมาให้ถ้อยคำและข้อมูลด้วย ยืนยันว่า กกต. ได้ดำเนินการในทุกเรื่อง ไม่มีการปล่อยทิ้ง
โดยผลการปฏิบัติงาน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งได้แล้ว 2 ราย คือ ในพื้นที่ จ.เชียงราย มีการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยพบโพยซื้อเสียง 100 กว่ารายชื่อ รวมเงินกว่า 60,000 บาท และในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี พบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในลักษณะที่จะซื้อเสียงกว่า 100 ราย ซึ่งทั้งหมด กกต. จะร่วมกับตำรวจในการสืบสวนขยายผลต่อไป
...
ชี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ต้องติดตาม
ร.ต.อ.ชนินทร์ บอกอีกว่า นอกจาก 2 พื้นที่ข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องติดตาม เช่น จ.สกลนคร และ จ.นครศรีธรรมราช เบื้องต้นได้ให้จัดชุดเกาะติดอย่างใกล้ชิดแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ดำเนินการได้ผลเฉียบขาดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ยังได้ส่งชุดการข่าวและชุดสืบสวนลงพื้นที่เพิ่มอีกกว่า 10 ชุด เพื่อประกอบกำลังและดำเนินการในส่วนที่คาดว่าจะมีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้น และในส่วนที่มีเรื่องร้องเข้ามา กว่า 90 เรื่อง กกต. ก็ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเต็มที่
ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดีย มีการเผยแพร่ภาพกระดานหน้าหน่วยเลือกตั้งที่มีการปิดประกาศผู้สมัครของแต่ละพรรคการเมือง แต่พบว่า มีการติดแผ่นป้ายหาเสียงของ นายไผ่ ลิกค์ ผู้สมัคร สส. กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรมด้วยนั้น ร.ต.อ.ชนินทร์ บอกอีกว่า ขณะนี้ได้นำแผ่นป้ายหาเสียงออกจากกระดานหน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้กระทำความผิด
ศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่ม 2 ราย
ด้านว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลฎีกาได้สั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต รวมแล้ว 20 ราย โดย 2 รายที่เพิ่มเข้ามา คือ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เขต 5 ร้อยตรีพงศภัค ภูริสิทธิพล หมายเลข 3 พรรคไทยก้าวใหม่ และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขต 2 นายณัฐนิพัท กองพัทธนันท์ หมายเลข 8 พรรคไทยสร้างไทย
ย้ำว่า หากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าคูหากาหมายเลขของผู้สมัครที่ถูกถอนรายชื่อ จะส่งผลให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็นบัตรเสียทันที รวมถึงกรณีการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากมีประชาชนผู้ใช้สิทธิกาหมายเลขของผู้สมัครที่ถูกถอนรายชื่อ บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันทีเช่นกัน
ส่วนกรณีเกิดสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดน หรือเกิดอัคคีภัย อุทกภัย หรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ ตามกฎหมายการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยนั้น ๆ สามารถประกาศงดการลงคะแนนของหน่วยนั้นชั่วคราว แล้วรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดการลงคะแนนของหน่วยนั้นใหม่ได้ ทั้งในกรณีการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ได้รายงานมายังสำนักงาน กกต. แล้วว่า ทุกเขตมีความพร้อมจัดการเลือกตั้ง ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) ซึ่งจะมีการปิดประกาศเอกสารที่หน้าหน่วย รายชื่อผู้สมัคร และรายชื่อพรรคการเมืองให้ครบถ้วนและชัดเจน ก่อนการเปิดหีบในเวลา 08.00 น. ด้วย