“เท้ง ณัฐพงษ์” ปราศรัยปิดท้ายเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ปลุก 8 ก.พ. กา 20 ล้านเสียงในวันเลือกตั้ง 2569 ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้ ยัน 4 ปีพร้อมปราบโกง ทุนเทา เอาเงินมาทำสวัสดิการรัฐ


เมื่อเวลา 20.05 น. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเป็นคนสุดท้ายที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคประชาชน (ปชน.) โดยชูแคมเปญ “เปลี่ยน” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ใช้ปากกาตัดสินใจกาเพื่อยืนยันความเชื่อเดิมๆ ในอดีต ไม่ว่าเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้ ไม่ว่าสีไหนในอดีต บอกว่าฉันรักชาติมากที่สุด หรือว่าแม้แต่ท่านจะเลือกกากบาทลงไปสีเสื้อที่ท่านเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเชื่อที่ทุกท่านเลือกกาในอดีต ไม่ใช่สิ่งผิด ยืนยันว่าความรักชาติและความเป็นประชาธิปไตยเดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ 

แต่เมื่อสักครู่ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เตือนสติพวกเราแล้ว ขอเสียงคนเห็นช้างตัวเดียวกันหน่อย ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนำที่ยึดกุม ถือครองอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้อยู่ ดังนั้น เชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 8 กุมภาพันธ์นี้ ใช้ปากกาของท่าน กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำ เป็นการเมืองของประชาชน ดีหรือไม่

...

การเมืองประชาชนเรียบง่ายมาก คือทำให้เสียงประชาชนมีความหมายจริง

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การเมืองของประชาชนมันเรียบง่ายมาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เล่าการเดินทาง 8 ปีให้เราฟังแล้ว การเมืองของประชาชนเรียบง่ายมาก หมายถึงแค่ว่า การเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง การเมืองที่ผ่านมาทำไมเสียงของพวกเราไม่เคยมีความหมายเลย เพราะนักการเมืองเขามองเสียงของประชาชนเป็นแค่เสียงในคูหา เปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้วเอาจำนวน สส. ต่อรองแลกเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน 

ตนเป็นหนึ่งคนที่ได้รับเกียรติได้ร่วมเดินทางมากับพี่น้องทุกคนในฮอลล์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติ ขอบคุณ และภาคภูมิใจที่เราร่วมเดินทางมาถึงวันนี้ การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน เมื่อสักครู่ นายธนาธร มีการพูดถึงกฎหมายที่เราผลักดันได้ร่วมกัน แม้เราจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้ เราได้ผลักดันประเด็นก้าวหน้า ทั้งประกันสังคมโปร่งใส ผลักดันเสรีพลังงาน นี่ใช่หรือไม่อนาคตใหม่ที่พวกเราอยากได้

นอกจากประชาชนช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากขึ้นทุกวัน อีกด้านหนึ่ง ทุกท่านช่วยกันทลายการเมืองที่ผูกขาดให้มันผุพังลงทุกวันเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาเรามีคนธรรมดามาทำงานการเมือง คนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้มีนามสกุลใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามว่าเป็นนักการเมืองมุ้งใหญ่ ห่างไกลจากคำว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินทุน มาซื้อ มายึดครองพรรคการเมืองได้

ทั้งนี้ อยากบอกว่าการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมาตลอด 8 ปีนี้ เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงามเพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย ที่หล่อหลอมให้ทุกคนรวมกันในวันนี้ ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนามหลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก ไม่ว่าพวกเรามีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน ความอดทน ความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน นี่แหละทำให้พวกเรารัก และศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้

ก่อนไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่าสถานีประชาชนนั้น เรายังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ การจัดการทุจริต การทลายทุนผูกขาด การพัฒนาหัวเมืองรอง การแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ทุกสถานีที่ตนบอกเมื่อสักครู่นี้ ไม่ง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทำได้ ทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน

กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้ปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้

ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เรามีนัดหมายกันคือ 8 กุมภาพันธ์ใช่หรือไม่ สถานีต่อไปที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยน กาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียง เป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก

การที่เราเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง พวกเราต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย หรือคนในวัยเกษียณ อยากให้พวกท่านเหล่านี้กาเพื่อจุดไฟในตัวลูกหลานพวกเขาอีกหนึ่งครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขา ให้กลับมาลุกโชนอีกหนึ่งครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวัง เมื่อไทยเคยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย 

อยากฝากคนวัยทำงาน หรือรุ่นเดียวกับตน ให้กาเพื่อลูกหลาน ให้สังคมไทยดีกว่านี้ ให้ทุกคนเกิดและเติบโตมาในประเทศนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเท่าๆ กัน ไม่ต้องจ่ายส่วย สินบน เงินใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดในครอบครัวที่รวยกว่า ถึงประสบความสำเร็จในชีวิตได้ อยากขอคะแนนเสียงจากวัยรุ่น เยาวชนทุกคน หลายคนมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากขอแรงสนับสนุน จากคนที่เป็นเยาวชนทุกคน กาเพื่ออนาคตของตัวท่านเอง ช่วยกันบอกต่อไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเรา ให้ช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลง

มีแค่ 2 ตัวเลือก กา 1 ใบได้แบบเดิม หรือกาส้ม 2 ใบเพื่อเปลี่ยน

หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยต่อ การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการเมืองแบบอดีต แบ่งการเมืองเป็นกลุ่มก้อน ถึงเวลารวมพลังประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองประชาชนขึ้นมาใหม่ มีตัวเลือก 2 แบบ ในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ แบบแรก ถ้าภารกิจเราไม่สำเร็จ ประชาชนบางกลุ่มบางก้อนยังรู้สึกลังเล หวาดระแวงในการเมืองแบบที่พวกเราอยากทำ เขาตัดสินใจกาพวกเราให้แค่ครึ่งใจ นั่นคือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคประชาชน แล้วบัตรแบ่งเขตเลือกแบบเดิมๆ ถ้าเป็นแบบนี้ บอกได้เลยว่าหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมๆ ไม่ต่างกับ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา แบบนี้เอาหรือไม่ กับตัวเลือกอีกแบบ เทคะแนนเสียงให้กับพวกเราหมดใจ ให้เรามี สส.เกินครึ่งสภาฯ ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีกใช่หรือไม่

ไม่เขินถูกเรียกนายกฯ ถ้า 8 ก.พ. ได้เป็น

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในทุกเวทีปราศรัยต้องบอกตามตรงเคอะเขินเวลาเรียกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าไม่พร้อม พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่ว่าความเชื่อมั่น เครดิตที่ทุกคนมอบให้ในวันนี้ สร้างมาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ อยากขอเสียงปรบมือให้ทุกคนนิดหนึ่ง ขอปรบมือให้อดีตตัวแทนของพวกเรา พร้อมกรรมการบริหารพรรคก่อนหน้านี้ทุกๆ คน สัญญาว่าจะไม่เขิน ถ้า 8 กุมภาพันธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่เขินอีกเลย

วันนี้ไม่ใช่แค่ตนมีความพร้อม พรรคประชาชนเรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อมในส่วนผู้สมัครและทีมบริหาร รวมถึงความพร้อมในส่วนนโยบาย ที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของไทย ความพร้อมเรื่องจุดยืนและหลักการ เราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิมๆ ที่ไปแบ่งโควตา แบ่งงบประมาณกันกิน เราจะไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดินที่ต่างคนต่างทำ แต่เราจะเอาภารกิจนำ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

ให้คำมั่น 1 สมัย 4 ปี ปราบโกง-ทุนเทา เอาเงินแสนล้านกลับมาทำสวัสดิการ

ผู้สมัคร สส.ของเรา ก็มีความพร้อมทั้ง 498 คน พร้อมกับทีมบริหารพรรค ความพร้อมด้านนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของประเทศ 200 กว่านโยบาย ภายใน 1 ปีแรก ต้องเห็นผลลัพธ์ เราจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก ที่ส่งมอบนโยบายต่างๆ และภายใน 4 ปี ภายใน 1 สมัย ขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะมุ่งปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กู้คืนเงินของพี่น้องประชาชนกว่าแสนล้านบาท มาทำสวัสดิการที่ก้าวหน้า คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน นอกจากกาส้มทั้ง 2 ใบ อย่าลืมเรายังเหลือบัตรอีก 1 ใบ กาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์กรอิสระ ปล้นอำนาจของประชาชนไปอีก

“8 กุมภาพันธ์ย้ำอีกครั้ง อำนาจในปลายปากกาของทุกคน เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสลูกหลานของพวกเราถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจ เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย โอกาสเท่าเทียมกันของทุกคน อนาคตที่ดีต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ผมกำหนด อยู่ที่ตัวพวกคุณทุกคนกำหนด อยากให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ทุกคนกาพรรคประชาชน 2 ใบ กาเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกล กว่าเดิม”


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจบการปราศรัย หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคทั้งปัจจุบัน และในอดีต ตัวแทนประชาชนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน ร่วมกันสาบานก่อนเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจให้พวกเราเข้าสู่ชัยชนะจัดตั้งรัฐบาล พวกเราทุกคนสาบานต่อหน้าประชาชน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในไทย สาบานว่าจะซื่อสัตย์ ไม่เป็นตัวแทนของใคร ไม่เป็นรัฐบาลของคน 1% จะเป็นรัฐบาลของคน 99% จะเป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชนทุกคน นี่คือที่มาของคำว่ารัฐบาลประชาชน นี่คือแสงสว่างจะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า นำพารัฐบาลประชาชนเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล.