“อภิสิทธิ์“ ขึ้นเวที ปิดท้ายปราศรัยใหญ่ "ประชาธิปัตย" เผย 5 จุดตายทำลายการพัฒนาประเทศ ชี้วิกฤตแบบนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่ต้องมีทางรอด 

วันที่ 6 ก.พ. 69 ที่ศูนย์การค้า One Bangkok Forum พรรคประชาธิปัตย์จัดปราสายใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นำทัพโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงบ่าย 

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการขึ้นกับกล่าวปราศรัยของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช และดร.การดี เลียวไพโรจน์ ภายใต้หัวข้อ “เลือกประชาธิปัตย์ประชาชนจะได้อะไร”

ทั้งนี้ เวลา 20.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นปราศรัยปิดท้าย โดยเริ่มต้นการขอบคุณประชาชนที่มาฟังการปราศรัยครั้งสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พร้อมขอบคุณกรรมการบริหารพรรคและเพื่อนๆ ที่เมื่อตัวเองตัดสินใจจะกลับมา คนเหล่านี้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญเพื่อมายืนเคียงข้างและทำงานอย่างหนักเพื่อตั้งต้นให้พรรคสามารถเข้าสู่สนามการเลือกตั้งและแข่งขันได้  

และว่าอีก 2 วันข้างหน้าการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนจะส่งผลสำคัญต่ออนาคตของพวกเราทุกคนและอนาคตของประเทศ จึงเป็นเรื่องหลักที่ตัวเองจะนำมาพูดคุยกับทุกคนในวันนี้ ประเทศไทยมาถึงจุดที่เรามีวิกฤตสารพัดจนกลายเป็นที่ถูกมองว่าเป็นจุดตายของการพัฒนาประเทศ 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจุดตายมีหลายเรื่อง ประกอบด้วยเรื่องแรก เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นและทุนเทา ซึ่งตัวเองนำมาบอกว่าสิ่งนี้กำลังทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศของเรา การทุจริตไม่ใช่เรื่องของนามธรรมแต่เป็นการทำลายโอกาสของคนไทยและเศรษฐกิจของไทย ทั้งสังคมและการเมืองได้รับผลกระทบทั้งหมด 

...

จุดตายที่ 2 เรื่องของปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่สามารถหาอะไรแข่งขันได้ ซึ่งไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมประเทศที่ตามหลังเราอยู่ ตอนนี้ได้จี้ตามเรามาติดๆ ตนเองจึงอยากตั้งคำถามว่า เราจะให้เป็นแบบนี้หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์รัฐบาลเมื่อลงไปที่ภาคใต้ ราคายางพาราที่ดี ไม่มีใครเรียกร้องหาคนละครึ่งในช่วงนั้น 

จุดตายที่ 3 คือเศรษฐกิจไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยมีกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ยิ่งการศึกษาถูกมองว่าถดถอยเรื่องของคุณภาพก็ยิ่งมองไม่เห็นอนาคตว่าคนที่มีความยากลำบากอยู่จะถีบตัวเองขึ้นมาให้เป็นคนที่มีฐานะดีได้อย่างไร 

จุดตายที่ 4 คือเรื่องของการเมือง ที่เรายังมีความพอใจกับการปลุกเร้าแข่งขันทางการเมืองด้วยการสร้างอารมณ์ ตั้งคำถามว่าเป็นไปได้อย่างไรที่มีพรรคการเมืองมาชี้ว่าพรรคนี้รักชาติและอีกพรรคไม่รักชาติ จึงอยากบอกว่าถ้ารักชาติจริงให้ไปดูปัญหาการทุจริตในพรรคของพรรคท่านก่อน 

จุดตายสุดท้าย คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากภายนอก ยกตัวอย่างชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ที่เกิดการปะทะและเกิดการสู้รบตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีนี้ก็อยู่ในภาวะที่ยังผวาว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ขณะที่ชายแดนเมียนมามีการสู้รบภายในที่อาจจะส่งผลต่อความกระทบต่อความสัมพันธ์ในอนาคตของไทยและเมียนมา รวมทั้งปัญหาเรื่องความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้โลกจะมีภาวะที่มีความขัดแย้งสูง ซึ่งนี่คือสภาวะของประเทศในวันนี้ และทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ตนเองกลับมาและเป็นสิ่งที่ตัวเองคุยกับเพื่อนๆ ตอนตัดสินใจกลับมาว่า เรามีหน้าที่สร้างทางเลือกให้กับประเทศ ซึ่งขณะนี้เห็นได้ชัดว่าวิกฤตแบบนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดด้วย