พรรคไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย “คุณหญิงกัลยา” ยันเด็กไทยต้องได้เรียนฟรี ด้าน “เอ๋ สุชัชวีร์” ประกาศทุ่มสุดตัว นโยบายธนู 4 ดอก ขอทำการเมืองแบบไม่ใส่ร้ายป้ายสี และจะไม่มีการซื้อเสียง
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ลานแอโรบิก สวนจตุจักร กทม. โดยในวันนี้เป็นการปราศรัยใหญ่ของพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งวันนี้นอกจากเป็นการรวมตัวผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อทั้ง 60 คนของพรรคแล้ว ยังเป็นการรวมตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่จะร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทางพรรคบอกว่า บุคคลทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ “ทำเป็น คิดเป็น และรับผิดชอบเป็น”
การปราศรัยครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.50 น. นายชยพงศ์ สายฟ้า ในฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ จะพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นมืออาชีพ เพราะในปัจจุบันการศึกษาวิกฤตมาก เด็กหลายคนหลุดจากวงจรการศึกษาเพราะฐานะยากจน พรรคไทยก้าวใหม่จะปรับปรุงและพัฒนาด้านนี้ให้เป็นรูปธรรม เพราะเราคือตัวจริงเรื่องการศึกษา
นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ คือ ธนู 4 ดอก เรามุ่งมั่นให้เด็กๆ ได้เรียนฟรี ปลดหนี้ กยศ. ซึ่งไม่เป็นธรรม เพื่อลดภาระและให้ประชาชนมีแรงต่อสู้ในเรื่องอื่นๆ รวมถึงการลดภาระครู คืนครูให้แก่นักเรียน ลดงานด้านธุรการและงานอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งมืออาชีพด้านการศึกษา อยู่ที่พรรคไทยก้าวใหม่
จากนั้น ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคไทยก้าวใหม่ ผลัดกันตบเท้าขึ้นปราศรัยชูนโยบายของพรรคกันอย่างคับคั่ง ก่อนที่ในเวลา 18.20 น. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิชย์ รวมถึง ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และผู้เกี่ยวข้อง เดินทางมาถึงบริเวณปราศรัยของทางพรรค ซึ่งได้รับการต้อนรับจากแฟนคลับที่มารอฟังปราศรัยอย่างอบอุ่น
...
และในเวลา 18.40 น. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิชย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัย ขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาให้กำลังใจ ก่อนกล่าวถึงประเด็นปัญหาเรื่องการศึกษาของไทยซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่จะพัฒนาเรื่องนี้อย่างแข็งขัน และจะพัฒนาระบบให้เด็กรุ่นต่อๆ ไป ได้เรียนฟรี เพราะการศึกษาจะนำพาทุกคนไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้
พรรคไทยก้าวใหม่ จะเพิ่มเติมทักษะด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง AI ให้กับข้าราชการและทุกหน่วยงาน รวมถึงผลักดันคนตกงานให้มีงานทำตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งแบบ online และ offline พรรคไทยก้าวใหม่จะลงทุนกับคนไทยเพื่อเพิ่มความรู้ให้สามารถแข่งขันกับทั่วโลกและนำรายได้กลับสู่ประเทศไทยต่อไป
จากนั้น ผู้สมัคร สส. ของพรรค ต่างผลัดกันขึ้นปราศรัยชูนโยบายต่างๆ ของพรรค ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตคนไทยในปัจจุบัน ก่อนที่ในเวลา 19.40 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อีกหนึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่และในฐานะหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ จะขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจในการปราศรัยใหญ่วันนี้ทั้งในลานแอโรบิกและทางออนไลน์ ก่อนจะกล่าวถึงจุดประสงค์ของการตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ คือต้องการให้คนไทยก้าวไปด้วยกัน นโยบายของไทยก้าวใหม่ ทำได้จริง ไม่เพ้อฝัน ก่อนพูดถึงเรื่องพลังงานจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “ค่าไฟไทยต้องไม่เกินหน่วยละ 3 บาท”
ตนเองเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว ที่พรรคไทยก้าวใหม่เลือกสวนจตุจักรเป็นสถานที่จัดปราศรัย เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่มหามงคลที่สร้างขึ้นในโอกาสครบ 4 รอบ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 (จตุ แปลว่า สี่, จักร แปลว่า รอบ) เช่นเดียวกับหมายเลขของพรรคที่เหมือนถูกลิขิตไว้แล้ว ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนเพื่อกลับมายืนหนึ่งในอาเซียนให้ได้อีกครั้ง
วันนี้อยากพูดถึงเรื่องการเดิมพัน ซึ่งไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการ “ทุ่มสุดตัว” เดิมพันด้วยความเชื่อ เจตนารมณ์ของการตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ คืออยากชูเรื่องการศึกษา พร้อมนโยบาย “ธนู 4 ดอก”
ดอกที่ 1 สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษา
ดอกที่ 2 สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่ คนไทยต้องมาก่อน
ดอกที่ 3 สร้างคุณภาพชีวิตใหม่ คนไทยต้องสุขภาพดี หยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น คนไทยต้องไม่ตายฟรี คนผิดต้องไม่ลอยนวล
ดอกที่ 4 คนดีต้องมีที่ยืน ปราบทุจริต ทุนเทา สแกมเมอร์ ด้วย AI
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยกำลังจะเป็น “เสือตัวที่ห้า” ของเอเชีย แต่เวลาผ่านไปหลายสิบปี วันนี้เราอาจเป็นได้แค่ “หัวหน้าเต่า” ของประเทศที่อยู่ข้างๆ กันในอาเซียน นักการเมืองยังคงสาดโคลนใส่กันไปมา ต่างประเทศมองประเทศไทยว่ากลายเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ด้วยภาระหนี้สิน สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีมากกว่าอัตราการเกิดของเด็กยุคใหม่ สื่อระดับโลกมองว่าเป็นเพราะบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งการพัฒนาคนและการศึกษา นั่นคือเหตุผลที่ประเทศไทยต้องมี “พรรคไทยก้าวใหม่”
เราตั้งใจจะเป็นพรรคที่ยึดถืออุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ เราจะทำการเมืองสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วไปว่าใคร จะไม่ดูถูกใคร และจะไม่ทำการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี จะไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งตนเข้าใจดีว่าคนไทยเบื่อการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ พลังอำนาจอยู่ในมือของประชาชน ในวันที่ 8 กพ. 69 อยากเชิญชวนทุกคนไปใช้เสียงของตนเองให้เต็มที่ ประเทศไทยจะ “ก้าวใหม่” ไปได้ ด้วยคนที่มีความเป็นมืออาชีพเท่านั้น