ปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน “ธนาธร” ชวนทำภารกิจ 100 ปีอภิวัฒน์สยามให้สำเร็จในรุ่นเรา ลั่นไม่ทรยศประชาชน ปลุกกาส้ม 2 ใบ ยกผลงานสร้างความเปลี่ยนแปลง “วันนี้เมล็ดพันธุ์เติบโตและเบ่งบานขึ้นแล้ว”
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ใต้แคมเปญ “เปลี่ยน” โดยเมื่อเวลา 19.15 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่วันที่เราประกาศตั้งพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 มาจนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 8 ปีเต็ม ตอนที่เราตั้งพรรคอนาคตใหม่ สังคมไทยอยู่ในความมืดมิด สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน ผู้คนรังเกียจนักการเมือง ผู้คนไม่เชื่อมั่นในรัฐสภา ผู้คนตั้งคำถามกับประชาธิปไตย
ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมาสนใจการเมือง เราบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ตั้งแต่คุณภาพของถนนหน้าบ้าน จนถึงคุณภาพของโรงเรียนของลูกคุณ ตั้งแต่การจัดการดิน น้ำ ลม ฟ้า ป่า ว่าใครจะได้ใช้อะไร เท่าไหร่ อย่างไร จนถึงการจัดสรรงบประมาณของประเทศว่า จังหวัดไหน ได้เท่าไหร่ อะไรบ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องการเมือง ในเมื่อทุกอย่างเป็นเรื่องการเมือง พวกเราควรจะใส่ใจมัน พวกเราควรจะสนใจมัน ไม่ใช่ปฏิเสธมัน
...
ชูทำภารกิจ 100 ปีอภิวัฒน์สยามให้สำเร็จในรุ่นเรา
นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ยึดอำนาจมาจากการทำรัฐประหารปี 2557 เราเรียกร้องให้สร้างประชาธิปไตยให้มั่นคงแข็งแรงในประเทศนี้ เราเรียกร้องให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน อีก 6 ปี จะครบ 100 ปี ของการอภิวัฒน์สยาม 2475 เราบอกประชาชนในวันนั้นว่า มาทำภารกิจ 100 ปีนี้ให้จบในรุ่นเรา เพื่อให้ลูกหลานของเราเกิดและเติบโตโดยไม่เจอกับการทำรัฐประหารอีก
ในวันนั้นเราบอกว่าจะสร้างสังคมใหม่ ต้องใช้พรรคการเมืองที่มีวิถีการทำงานการเมืองแบบใหม่ พรรคการเมืองที่ร้อยรัดกันด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องลาภยศชื่อเสียง พรรคการเมืองที่ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ต้องมาจากความรู้ความสามารถความเหมาะสม ไม่ใช่มาจากตัวแทนบ้าน ตัวแทนมุ้ง พรรคการเมืองแบบใหม่นี้ ต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่ต้องทำงานอย่างแข็งขันบนหลักยึดของอุดมการณ์ เพื่อสร้างศรัทธาให้กับประชาชน วันนั้นเราบอกประชาชนว่า การปักธงทางความคิดสำคัญกว่าคะแนนเสียง นี่คือสงครามของการช่วงชิงคุณค่าและความหมาย มากกว่าจะเป็นการช่วงชิงคะแนนเสียงเฉพาะหน้า เราบอกว่าถ้าเราชนะทางความคิดได้ เราได้คะแนนเสียงขึ้นมาเอง
พรรคส้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมหลายอย่าง
วันนั้นเราเชิญชวนทุกคนออกมาสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับพวกเรา เราบอกทุกคนว่าภารกิจเบื้องหน้าของเรามันใหญ่และสำคัญเกินกว่าที่พวกเราทำสำเร็จได้ด้วยตัวของเราเอง เราบอกทุกคนว่าถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เห็นทางเลือกอื่น ทุกคนต้องลงแรง เชิญมาร่วมทางกับพวกเรา เราบอกว่าเวลาอยู่ข้างเรา การเปลี่ยนแปลงความคิดสังคมต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ในชั่วข้ามวันข้ามคืน ไม่สามารถรีบร้อนได้ เราต้องกระทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ให้เวลาพวกเราพิสูจน์การทำงานกับประชาชน และภายใน 3 การเลือกตั้ง เราจะตั้งรัฐบาลให้ได้ นั่นคือสิ่งที่บอกพ่อแม่พี่น้องคนไทยในวันนั้น
ผ่านมาแล้ว 8 ปี วันนี้เราทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองได้ วันนี้เราทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในรัฐสภา เราทำให้คนโหยหาประชาธิปไตยได้ เราสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่สำเร็จแล้ว เราปักธงความคิดก้าวหน้าในสังคมได้ เราเชิญประชาชนทุกคนมาร่วมทางกับเราสำเร็จ และวันนี้เหลืออีกเพียง 2 วันจะถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 3 เราทำให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นได้ มันเกิดขึ้นจริง เราทำให้เห็นแล้วว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ
การเปลี่ยนแปลงหน้าตาเป็นอย่างไร ในเชิงปริมาณเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พรรคอนาคตใหม่มีสมาชิก 6 หมื่นคน พรรคก้าวไกลมีสมาชิกพรรค 1 แสนคน วันนี้พรรคประชาชนมีสมาชิกพรรค 1.12 แสนคน ในเชิงคุณภาพเราทำให้ประชาชนเชื่อใจพวกเราและจ้างพวกเราทำงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ เงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง พรรคอนาคตใหม่ได้รับสูงสุด 12 ล้านบาท พรรคก้าวไกล 60 ล้านบาท พรรคประชาชนได้รับ 96 ล้านบาท
ยกผลงานปลดล็อกผูกขาดสุรา-สมรสเท่าเทียม-สิทธิลาคลอด
นายธนาธร ปราศรัยอีกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกสร้างจากการยืนหยัดเคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เวลาที่ค่าไฟของคุณแพง เราต่อสู้ทุนผูกขาดให้กับคุณ เวลาเราถูกฟ้องปิดปาก พวกคุณเซฟเรา เวลาที่สิทธิเสรีภาพของพวกคุณถูกคุกคาม เรายืนเคียงข้างคุณ วันที่เราถูกยุบพรรค คุณยืนเคียงข้างเรา เวลาที่ลูกหลานของคุณถูกซ้อมในค่ายทหาร เราเรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณ เวลาเราถูกใส่ร้ายป้ายสี คุณเป็นปากเป็นเสียงให้เรา วันที่ภาษีของพวกคุณถูกคดโกง เราปกป้องเงินภาษีให้พวกคุณ วันที่พวกเราโดนตัดสิทธิ คุณเสียน้ำตาให้กับพวกเรา นี่คือหน้าตาของการเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองและประชาชนต่อสู้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกัน
นี่คือลักษณะของการเรียนรู้การเติบโตระหว่างคุณกับพวกเรา สร้างจากการผ่านความเจ็บปวดร่วมกัน สร้างจากการต่อสู้ร่วมกันและเคียงข้างกัน สร้างจากการใช้เวลาพิสูจน์กันและกัน 8 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว ว่าความสัมพันธ์แบบนี้ ผลักดันการเปลี่ยนแปลง ผลักดันวาระที่ก้าวหน้าของสังคมไทยได้จริงๆ ถ้าตนพาทุกท่านย้อนเวลากลับไป 8 ปีที่แล้ว แล้วบอกว่าเราจะยกเลิกการผูกขาดในการผลิตเหล้าเบียร์ได้ LGBT จะแต่งงานกันได้ ลูกจ้างจะมีสิทธิลาคลอด 120 วัน คงไม่มีใครเชื่อ แต่วันนี้กฎหมายเหล่านั้นผ่านแล้ว บังคับใช้แล้ว การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ เป็นไปได้ และเป็นไปแล้ว
“ความสัมพันธ์ที่พวกเรายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันแบบนี้ ทำให้ผู้คนเดินเข้าร่วมกับพวกเรามากขึ้น เมล็ดพันธุ์กำลังงอกงาม เติบโต จากสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า นี่คือความสัมพันธ์ที่พวกเรารอคอย ระวังหลังให้กันและกัน ไม่ใช่ความรู้สึกกรี๊ดกร๊าดชั่วครั้งชั่วคราว มันลึกมากขึ้น มันอบอุ่นมากขึ้น เชื่อใจกันมากขึ้น”
ลั่นไม่ทรยศประชาชน ปลุกกาส้ม 2 ใบ-เห็นชอบประชามติ
ทั้งนี้ ตนเองตระหนักข้อเท็จจริงมากขึ้น เมื่อตนไปออกคาราวาน มีคนเดินมากอดตน น้ำตาคลอทุกวัน แล้วบอกพวกเราว่า ฝากอนาคตของลูกหลานไว้กับพวกเราด้วย ฝากอนาคตของประเทศไทยไว้กับพวกเราด้วย ทำให้ตนตระหนักว่าการเดินทางของพวกเราสร้างความสัมพันธ์ สร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้วในประเทศไทย
“เราขอยืนยันในที่นี้ เราจะไม่ทรยศแคบหมู ไม่ทรยศทุเรียน ไม่ทรยศปลาทอด เราจะไม่โกงกิน เราจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามคอร์รัปชัน เราจะขอตอบแทนขาไก่ด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรม ตอบแทนขนุนด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย เราจะตอบแทนหมึกแห้งด้วยการสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า เราจะตอบแทนทุกคนด้วยการสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม”
อีก 2 วันจะถึงวันที่ปลายปากกาของทุกท่านกำหนดอนาคตของไทย ตนพาทุกท่านย้อนกลับไปดูสัญลักษณ์ของพวกเรา ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน สัญลักษณ์ของพวกเรา ไม่ว่าถูกยุบกี่ครั้ง ตั้งพรรคใหม่อีกกี่ครั้ง ลุกขึ้นยืนอีกกี่ครั้ง สัญลักษณ์ก็ไม่เปลี่ยน คือสามเหลี่ยมหัวกลับ บอกว่าตรงข้ามกับสามเหลี่ยมปกติ มันสามารถเป็นตัวแทนของโครงสร้างสังคม ว่าคนรวย คนมีอำนาจ อยู่ข้างบน ประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ข้างล่าง สามเหลี่ยมหัวกลับของพวกเรานี้ ผู้มีอำนาจต้องอยู่ข้างล่าง ประชาชนต้องเป็นใหญ่ เจ้านายคือประชาชน
“2 วันข้างหน้าจะเป็นการเลือกอนาคตประเทศไทย 2 แบบ เลือกอยู่กับความหวาดกลัว หรือเลือกอยู่กับความหวัง เลือกอยู่กับอดีต หรือเลือกอยู่กับอนาคต วันนี้เมล็ดพันธุ์ทางความคิดเติบโตและเบ่งบานขึ้นแล้ว ขอเชิญชวนทุกคน 8 กุมภาพันธ์ อีก 2 วันข้างหน้า กาส้ม ส้ม เห็นชอบ”