"ฟลุ๊ค พีรวุฒิ" ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกใจคนกรุง พร้อมย้ำ "พรรคประชาธิปัตย์" คือทางเลือกที่จริงใจที่สุดของประชาชน ขออาสาสู้เพื่อผู้ด้อยโอกาส
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี หรือ ฟลุ๊ค ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 1 หมายเลข 9 พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยพบปะประชาชน พร้อมประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง ย้ำพรรคประชาธิปัตย์ คือทางเลือกที่จริงใจที่สุดของประชาชน พร้อมอาสาเป็นตัวแทนคนตัวเล็กตัวน้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคม
นายพีรวุฒิ กล่าวว่า การกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เกิดจากคนหลากหลายอาชีพที่มีหัวใจเดียวกัน ทั้งตำรวจ ทนาย คนทำงานทั่วไป และคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง โดยเปรียบพรรคเป็นบ้านสีฟ้าหลังเล็กที่แม้เคยถูกมองข้าม แต่ยังอบอุ่นและเต็มไปด้วยความตั้งใจของสมาชิกทุกคนที่จะร่วมกันฟื้นพรรคให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนอีกครั้ง เราอาจไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ที่สุด แต่เป็นบ้านที่จริงใจที่สุด และเราจะทำให้บ้านหลังนี้กลับมาอยู่ในใจคนไทยอีกครั้ง
ทั้งนี้ ไม่อาจทนเห็นความเหลื่อมล้ำ ทั้งแรงงานหาเช้ากินค่ำ ผู้พิการ และผู้ติดเตียง ที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสและสวัสดิการที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าการเมืองที่ยึดความซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น จะพาประเทศเดินหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ว่าเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของผู้สมัครและทีมงาน โดยชื่นชมความมุ่งมั่นและความเสียสละที่ต้องการเห็นประเทศไทยดีขึ้น
"แววตาของหัวหน้าคือแววตาของคนที่ซื่อสัตย์และอยากเห็นประเทศดีขึ้นจริงๆ พวกเราทุกคนจึงพร้อมสู้ไปด้วยกัน และทำให้เต็มที่" นายพีรวุฒิ กล่าว
ทางด้าน วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 23 (พระโขนง–บางนา) พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยพบปะประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจอย่างอบอุ่น
...
วีร์ กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งกับทุกแรงสนับสนุน พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง โดยชูนโยบายสำคัญ 6 ด้านที่อยากผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้านแรก คือการรับมือสังคมผู้สูงอายุ โดยเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุต้องได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงวันสุดท้าย
ด้านที่ 2 การศึกษา ตั้งเป้ายกระดับเด็กไทยให้มีทักษะภาษาอังกฤษอย่างน้อยเมื่อจบ ม.6 ต้องสื่อสารได้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางอาชีพและการแข่งขันในเวทีโลก
ด้านที่ 3 การพัฒนาเมือง ให้กรุงเทพฯ และประเทศไทยเป็นเมืองที่ “น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน” ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหารถติด แต่ต้องสร้างงาน สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่
ด้านที่ 4 ศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งวีร์ระบุว่า ในฐานะคนทำงานสายศิลปะ เข้าใจความต้องการของศิลปิน และต้องการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้โด่งดังระดับโลก สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ
ด้านที่ 5 การสื่อสารสาธารณะ โดยเชื่อว่าหลายปัญหาในสังคมเกิดจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน หากรัฐสื่อสารดี จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างโอกาสให้ประเทศ และด้านที่6 คือ การเมืองสุจริต โปร่งใส ย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำการเมืองแบบสุภาพบุรุษ แข่งขันกันด้วยนโยบาย ไม่โจมตีกลั่นแกล้ง พร้อมประกาศจุดยืนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
"ศัตรูของคนไทยไม่ใช่คนเห็นต่างทางการเมือง แต่คือคนโกงกินที่ทำให้พี่น้องประชาชนลำบาก พรรคประชาธิปัตย์จะยืนหยัดสู้กับเรื่องนี้" วีร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้าย วีร์ ยังได้เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมฝากความหวังและความตั้งใจของทีมผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ทั้งกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ปลอดภัยและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง.