หัวหน้าพรรค ปชป. ลุยขอคะแนนชาวบางขุนเทียน-จอมทอง แฟนคลับอวยพรให้ชนะเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ย้ำประชาธิปัตย์คือทางรอดที่ปลอดภัย เมินคู่แข่งโจมตีพื้นที่ใต้ จี้ กกต. เข้มงวดปมซื้อเสียง
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างคึกคัก นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมลงพื้นที่สนับสนุน นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 26 (เบอร์ 6) ณ ตลาดหมู่บ้านสินทวี
...
บรรยากาศการลงพื้นที่ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น ตลอดเส้นทางกว่า 400 เมตรภายในตลาด มีประชาชนและแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์มารอให้การต้อนรับอย่างหนาแน่น โดยมีการเข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจทีมงานประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในภาพความประทับใจของวันนี้ คือกลุ่มแฟนคลับพันธุ์แท้ของพรรคที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อพบ นายอภิสิทธิ์ ทั้งเข้ามาอวยพรให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ เอาน้ำดื่มเย็นๆ มาบริการให้กับคณะพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนบอกว่าไปฟังปราศรัยของพรรคเย็นนี้แน่นอน มีแฟนคลับรายหนึ่งได้เปิดเผยด้วยความตื้นตันว่า ตนและครอบครัวมีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน
“ทั้งครอบครัวเราเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบในตัวหัวหน้าพรรค และพรรคนี้อยู่ในใจ อยู่ในสายเลือดของเรามานานแล้ว วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจ และเร็วๆ นี้ ลูกชายที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศก็จะเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่พลเมืองในการลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน”
ด้านนายอภิสิทธิ์และคณะ ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที่และย้ำถึงความตั้งใจในการทำการเมืองอย่างสุจริตและสร้างสรรค์ ก่อนจะออกเดินทางไปลงพื้นที่แบบ Non-stop ตลอดทั้งวัน เพื่อรณรงค์หาเสียงและเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นวันนี้
ย้ำประชาธิปัตย์คือ “ทางรอดที่ปลอดภัย”
ส่วนที่ตลาดกลางหมู่บ้านศรีเพชร นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเป็นทางเลือกหลัก คือ ทางรอดที่ปลอดภัย
ไม่หวั่นถูกเจาะฐานเสียงภาคใต้
ส่วนที่มีพรรคการเมืองคู่แข่งพุ่งเป้าโจมตีพรรคประชาธิปัตย์อย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าไม่รู้สึกแปลกใจกับการใช้วิธีการดังกล่าวของแกนนำพรรคอื่น แต่มั่นใจว่าพี่น้องชาวปักษ์ใต้มีความเข้าใจในข้อเท็จจริงและแยกแยะเจตนาทางการเมืองได้ดี พรรคยังคงมุ่งเน้นการสื่อสารผลงานและความตั้งใจจริงต่อไป
นายอภิสิทธิ์ ยังได้แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวการใช้เม็ดเงินจำนวนมากในหลายพื้นที่ (การขนเงิน) โดยระบุว่าพรรคได้รับรายงานในลักษณะนี้เช่นกัน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยังดูนิ่งเฉย
“อยากเห็น กกต. ทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะขณะที่เราลงพื้นที่ ประชาชนสะท้อนเรื่องนี้เข้ามาตลอด แต่ กกต. ยังค่อนข้างเงียบและไม่มีมาตรการดำเนินการที่ชัดเจน”
สำหรับการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่านี่ไม่ใช่เพียงการเลือกตั้งทั่วไป แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งปัญหาคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางการเมืองที่ถูกปลุกเร้าจากสองขั้วอำนาจ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเสนอตัวเป็น ทางรอดที่ปลอดภัยใน 5 มิติหลัก คือ
1. ปลอดภัยจากการโกง (เน้นการเมืองสุจริต)
2. ปลอดภัยจากความจน (แก้ปัญหาปากท้องอย่างยั่งยืน)
3. ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ
4. ปลอดภัยจากความขัดแย้ง (ก้าวข้ามการเมืองที่เน้นทำลายล้าง)
5. ปลอดภัยจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก
“อยากจะฝากว่าครั้งนี้ ผมมองว่ามันไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าประเทศเดินมาถึงจุดที่อยู่ในภาวะอันตรายหลายเรื่องมาก โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน การที่เศรษฐกิจแข่งขันไม่ได้ ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้ง หรือการปลุกเร้าทางการเมืองของ 2 ขั้ว ก็ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น แล้วก็ต่างประเทศก็วิเคราะห์ว่าเราก็จะมีปัญหามากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะเป็นโอกาสที่ประชาชนจะเปลี่ยนทิศทางตรงนี้ แต่เปลี่ยนไปในลักษณะที่ไม่ได้มีการรื้อ ทำลาย ขัดแย้งกัน ซึ่งประชาธิปัตย์ก็เสนอตัวชัดเจนว่าเราเป็นทางรอดที่ปลอดภัย ปลอดภัยจากการโกง ปลอดภัยจากความจน ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ ปลอดภัยจากความขัดแย้ง แล้วก็ปลอดภัยจากภาวะภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เข้ามากระทบกับเราครับ”
นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นวันนี้ ณ วันแบงค็อก (One Bangkok) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เพื่อตอกย้ำความพร้อมในการนำพาประเทศไปสู่ทางออกที่สร้างสรรค์