มูโค้งสุดท้าย “อนุทิน” ห่มผ้าองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง บูชาองค์จตุคามรามเทพ เมิน ปชป. ยก “สมบัติพ่อเฒ่า” บอกไม่ต้องห่วงกัมพูชาสกัดเลือกตั้ง ยันไม่กระทบใช้สิทธิ์ หากกลับมาเป็นรัฐบาล เดินหน้าเมกะโปรเจกต์-Man-made ทั่วประเทศ
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เริ่มทริปหาเสียงจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายธนกร วังบุญคงชนะ ร่วมลงพื้นที่ด้วย
นายอนุทินเริ่มภารกิจแรกทันทีที่เดินทางถึง จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยการเบิกฤกษ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนใต้ คือ การเวียนเทียนและห่มผ้าองค์พระมหาธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และไหว้ยักษ์เฝ้าทางขึ้นองค์พระมหาธาตุ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระหลักเมือง และบูชาองค์จตุคามรามเทพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ นายอนุทินได้สวมสร้อยถักห้อยองค์จตุคามรามเทพเลี่ยมทองไว้ที่คอ และเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารุ่นอะไร นายอนุทินเปิดโชว์ครู่หนึ่ง และบอกว่าเป็นรุ่นปี 30 จากนั้นได้รูดซิปเสื้อปิด
นายอนุทินยังได้เดินทักทายประชาชนบริเวณลานสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช และแวะร้านกรอบเลี่ยมพระ บริเวณใกล้เคียง และโชว์เหรียญครุฑที่เจ้าคุณธงชัยให้มา จากนั้นนายอนุทินได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงค่ำวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จตุคามรามเทพ รุ่นปี 2530 (รุ่นหลักเมือง) มีพุทธคุณโดดเด่นสูงสุดด้านการบูชาเพื่อขอโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงแก้ปีชง เสริมดวงชะตาให้ประสบความสำเร็จ เป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุดของสายจตุคาม
...
เมิน ปชป. ยก “สมบัติพ่อเฒ่า” ยันต้องชนะด้วยความเชื่อมั่น
จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความมั่นใจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครครบทั้ง 9 เขต ว่า “เรามั่นใจว่าคนที่พรรคภูมิใจไทยส่งทุกคนเป็นคนที่รู้จักชาวบ้าน รวมถึงรู้จักพื้นที่มีความใกล้ชิดและความน่าเชื่อถือกับชาวบ้าน ซึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีแนวโน้มที่ดี เพราะพวกตนเดินเข้ามาขอคะแนนพี่น้องประชาชน ก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น”
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าคนใต้รักเดียวไม่เปลี่ยนพรรค ภูมิใจไทยจะเจาะพื้นที่ภาคใต้ได้จริงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ทุกคนมีความเชื่อ ใครจะพูดอะไรแล้วเกิดความสบายใจ ตนจะมีความเห็นได้อย่างไร และตนถือว่าเป็นหนึ่งในคู่แข่งด้วย”
ส่วนจะไม่กังวลใช่หรือไม่ เพราะโค้งสุดท้ายกระแสพรรคประชาธิปัตย์มาแรง นายอนุทินกล่าวว่า “เราไม่เคยกังวลอยู่แล้ว เราไม่ได้ชนะด้วยการปะทะคารมกันเอง หรือไม่ได้ชนะด้วยการฟาดวาทกรรมด้อยค่าคนอื่น แต่เราชนะด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเข้ามาแล้วทำอะไรให้กับพวกเขาบ้าง”
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า” นายอนุทินกล่าวว่า “ก็อย่างที่บอก เป็นสิทธิและความเชื่อที่ทุกคนมีได้” พร้อมยืนยันว่า ที่ตนมาขึ้นเวทีปราศรัย 3 วัน 2 เวที ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ไม่เกี่ยวกับการที่กระแสสีฟ้ามาแรง แต่เป็นการเดินสายไล่แต่ละจังหวัดลงมา
บอกไม่ต้องห่วงกัมพูชาสกัดเลือกตั้ง ยันไม่กระทบใช้สิทธิ์
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ล่าสุดมีเหตุการณ์ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทยว่า ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว
เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว”
เมื่อถามย้ำว่าวันนี้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมระบุว่า “ไม่มีครับ”
เมื่อถามว่ามีฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตี เรื่องพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติใช้เรื่องชายแดนมาเป็นประโยชน์ นายอนุทินกล่าวว่า “คนมันหวั่นไหว ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายบ้าง”
หากกลับมาเป็นรัฐบาล เดินหน้าเมกะโปรเจกต์-Man-made ทั่วประเทศ
นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวคิดการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) ในประเทศไทยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีดำริว่าพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีศักยภาพและพื้นที่จำนวนมาก ควรพัฒนาให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเอ่ยชื่อโครงการเฉพาะเจาะจง เช่น ไม่ควรระบุชื่อเฉพาะอย่างดิสนีย์แลนด์ หรือยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เนื่องจากบริษัทระดับโลกเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ และพิจารณาปัจจัยหลายด้าน สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือเตรียมความพร้อมของประเทศให้ดีที่สุด ทั้งด้านคมนาคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เพื่อให้เมื่อมีนักลงทุนเข้ามา ประเทศไทยสามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอนุทินกล่าวต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกต่อไป และจะเดินหน้าศึกษาโครงการที่เกิดขึ้นแล้วหรือโครงการที่มีศักยภาพในพื้นที่อีอีซี เพื่อนำมาพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยต้องเป็นประโยชน์ร่วมกัน วิน-วิน ทั้งนักลงทุนและประเทศชาติ
เมื่อถามว่าโครงการอีอีซี โครงการเมกะโปรเจกต์ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่อีอีซีเท่านั้น หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาลจะทำให้เกิดความมั่นใจว่าประเทศไทยที่มีความมั่นคงสงบสุข และมีความยั่งยืน พร้อมที่จะพัฒนาทุกภาคของประเทศไทย”
นายอนุทินย้ำว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนา ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล จึงต้องนำศักยภาพเหล่านี้มาพัฒนาและต่อยอด เพื่อสร้างแรงจูงใจสูงสุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก