“สนธิญา” ขอ กกต. สั่งเลื่อนวันเลือกตั้ง 2569 ออกไปจาก 8 ก.พ. สัก 1-2 เดือน ไม่สบายใจ หลังพบข้อผิดพลาดเมื่อ 1 ก.พ. ซ้ำเรื่องซื้อเสียงอื้อ หวั่นถูกร้องให้เลือกตั้งโมฆะ สูญ 8,000 ล้านโดยใช่เหตุ


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกไป 1-2 เดือน พร้อมระบุเหตุผลว่า ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจ เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยบางพื้นที่เจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าผู้สมัครถูกถอนชื่อ และยังมีการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สุจริต 

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่จะมีการออกเสียงลงประชามติด้วย ทำไมถึงไม่ให้บัตร 3 ใบพร้อมกัน เพราะเกรงว่าผู้มีสิทธิออกเสียง โดยเฉพาะสูงอายุจะสับสน เกิดความวุ่นวาย และรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุไว้ว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ แต่หากในหน่วยเลือกตั้งมีการเดินสวนกันไปมาระหว่างผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. กับผู้ออกเสียงประชามติ ก็จะส่งผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และไม่สุจริต เที่ยงธรรม 

ขณะเดียวกัน กกต. ได้ยื่นคำร้องศาลฎีกาให้ตัดสิทธิผู้สมัคร สส. รวมประมาณ 28-30 ราย ซึ่งหากศาลมีคำสั่งให้ตัดสิทธิจริง ในส่วนนี้หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคที่เป็นผู้ลงนามให้สมัคร สส. ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะใช้เอกสารเท็จและประมาทเลินเล่อทำให้ระบบราชการเสียหาย เป็นการทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองและฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ดังนั้น หัวหน้าพรรคที่ผู้สมัคร สส. ถูกศาลพิพากษาให้ตัดสิทธิ ต้องถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรม เพราะหากเข้าไปเป็นรัฐบาลก็จะกลายเป็นรัฐบาลสีเทา-สีดำ 

...

รวมไปถึงยังมีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 2 ครั้ง รวม 450 ล้านบาท โดยเน้นเป็นธนบัตรย่อย ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และส่วนตัวได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ร่วมตรวจสอบกับ ธปท. แล้วว่ามีการถอนเงินมากี่ครั้ง แล้วนำไปใช้ทำอะไรเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองหรือไม่ แต่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า สามารถเตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงนั้น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จไปแล้ว และขาดคุณธรรมจริยธรรม 

“อยากให้ กกต. ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง และตรวจสอบทุกเรื่องข้างต้นโดยละเอียด เพราะเชื่อว่าหาก กกต. ไม่ดำเนินการ พรรคการเมืองและบุคคลที่เสียสิทธิ รวมถึงตนเองก็จะดำเนินการฟ้องร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และอาจเป็นจนทำให้การเลือกตั้งล่าช้า และเสียเงินงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาทไปโดยใช่เหตุ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นแล้วใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ กกต. เลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ออกไปก่อน ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีอคติกับ กกต. แต่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม ซึ่งการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปอาจจะเป็นการเสียเงินงบประมาณเพิ่มเติมก็เสียน้อยมาก เพราะ กกต. สามารถประกาศได้เลยว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมหรือเมษายน”

นายสนธิญา ยังเปิดเผยข้อมูลการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยอ้างว่ามีการจดชื่อประชาชนในพื้นที่ไป แต่ยังไม่ได้แจกเงิน เพราะส่วนตัวได้ไปแจ้งข้อมูลกับ กกต.ฝ่ายสอบสวนในเขตพื้นที่แล้ว ทำให้เกิดการป้องปรามจึงยังไม่กล้าแจก แต่ยอมรับว่าส่วนตัวมีความกังวลว่าก่อนถึงวันเลือกตั้ง 1 วัน หรือในช่วงเช้าของวันเลือกตั้งจะมีการตระเวนแจกเงิน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลแล้วไม่ต่ำกว่า 2 พรรคที่มีพฤติกรรมดังกล่าว โดยซื้อเสียงหัวละตั้งแต่ 200-500 บาทต่อหัว.