“อนุทิน” ปลุกชาวสงขลากาเบอร์ 37 ทั้งคนทั้งพรรค ชูผลงานภูมิใจไทยแก้น้ำท่วมใต้ หาดใหญ่ฟื้นใน 1 เดือน “เอกนิติ” บอกลาออกราชการมาเล่นการเมือง ไม่เคยเสียใจเลย “ธนกร” อ้อนเคยรัก “ลุงตู่” ขอรัก “ลุงหนู” “ศุภชัย” เดือด อัด “ปชป.” การเมืองสุจริตจริงหรือ


วันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่ลานสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำทัพภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงโค้งสุดท้าย โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง นายชลัฐ รัชกิจประการ นายศุภชัย ใจสมุทร นายธนกร วังบุญคงชนะ และน.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมด้วย เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 9 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เขต 1, นายศาสตรา ศรีปาน เขต 2, นายสมยศ พลายด้วง เขต 3, นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง เขต 4, นายอภิชาต ลาพินี เขต 5, นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เขต 6, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เขต 7, นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ เขต 8 และพ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร เขต 9


โดย นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ดีใจอย่างมากที่ได้เจอชาวสงขลากันอีกครั้ง ช่วงเดือนธันวาคมที่มาที่หาดใหญ่มาด้วยความหดหู่ใจกังวลและเป็นห่วงชาวสงขลาหาดใหญ่ วันนี้เราเคลียร์เรื่องระยำตำบอนไปหมดแล้ว จากนี้จะมีแต่เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับคนสงขลา และชาวใต้ทั่วประเทศ วันนี้พรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเราพูดแล้วทำ เมื่อไหร่ที่ชาวสงขลาเรียกตนจะมาทันที วันนี้ตนบินเรียบชายแดนกัมพูชามาจากอุบลราชธานี หอบังคับการบินบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีอย่าบินเรียบชายแดนเดี๋ยวมาไม่ถึง แทนที่จะมาถึงหาดใหญ่เดี๋ยวต้องไปเก็บแถวเสียมเรียบ วันนี้ตนจึงใช้เวลาเดินทางนานต้องกราบขอโทษจริงๆ

...


โวเป็นพรรคเดียวที่เข้าใจคนใต้


นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่เข้าอกเข้าใจพี่น้องชาวใต้อย่างดี เพราะคนที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยหลุดพ้นจากคำว่าพรรคบุรีรัมย์ และทำให้พรรคภูมิใจไทยได้ขยายฐานเสียงมาตั้งแต่ปี 2562 ที่คนใต้ให้พรรคภูมิใจไทยได้แจ้งเกิด เราได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวใต้ พวกตนในฐานะผู้บริหารพรรคซาบซึ้งอย่างมาก


นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมจังหวัดไหนในภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยไปถึงประชาชนคนแรกทุกครั้ง ครั้งที่แล้วใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ น้ำท่วมเช้าพวกตนลงพื้นที่ช่วงบ่ายทันทีลงพื้นที่มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีคนโจมตีเอาความเดือดร้อนเอาความเสียหายของบ้านเมืองมาเป็นตัวประกัน และถาโถมใส่รัฐบาล แต่ปัญหาทั้งหมดคลี่คลายไปได้ภายในเวลา 2 อาทิตย์ ภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย


“พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เที่ยวชี้หน้าว่าคนอื่น แล้วบอกว่าตัวเองถูก เพราะคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย พี่น้องชาวใต้สาหัสขนาดไหน ไม่เคยมีใครสนใจ แต่ภายใน 2 อาทิตย์ และภายใน 1 เดือน เทศบาลนครหาดใหญ่กลับมาเหมือนเดิม มีตรงไหนที่พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลไม่ได้ทำให้พี่น้องชาวใต้บ้าง” นายอนุทิน กล่าว


นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนของเรื่องเงินเยียวยาทำเรื่องเบิกจ่ายเรียบร้อย แต่ก็มีคนมาเฉิ่มบอกว่ายังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วคนที่ไม่ได้เงินเยียวยา คือ คนที่ตกสำรวจ และไม่ทราบข้อมูลจึงไม่ได้ไปลงทะเบียน แต่ตอนนี้เราได้จัดการให้หมดแล้ว ขอพรรคการเมืองที่โจมตีเลิกพูดได้แล้วว่าเงินเยียวยาไปไม่ถึง เรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้าน กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รับเรื่องทั้งหมดไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นสำรวจอีกไม่นานชาวหาดใหญ่จะได้รับค่าซ่อมบ้านอย่างแน่นอน


“คนที่โจมตีตอนเกิดสถานการณ์อยู่ไหนก็ไม่รู้ แต่วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร คนจริงชอบทำ แต่คนระ…ชอบติ แต่เราไม่เคยแก้ตัว ครั้งที่แล้วที่มาก็มาขอโทษพ่อแม่พี่น้อง แต่ไม่มีใครเอาชนะธรรมชาติได้ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ขอโทษพี่น้องประชาชนของตัวเอง ซึ่งความเดือดร้อนของชาวบ้านก็คือความผิดของรัฐบาล แต่ไม่ได้ขอโทษแล้วอยู่เฉยๆ ยิ่งพูดยิ่งยั๊วะ ไม่ได้ทำอะไรก็พูดวิพากษ์วิจารณ์ มาก็มาเฉพาะวันที่ขอคะแนน ตอนที่พรรคภูมิใจไทยคะแนนเป็นศูนย์ยังลงพื้นที่จนพ่อแม่พี่น้องให้ สส. ภาคใต้กว่า 10 คน ครั้งนี้ขอไม่มากขอแค่ 35 คน เหลือเพียงนิดหน่อยก็ขอให้คนอื่นได้เอาไปหายใจบ้าง” นายอนุทิน กล่าว


“เอกนิติ” ยก “อนุทิน” ให้โอกาส ลาออกราชการมาเล่นการเมือง ไม่เคยเสียใจเลย


ด้านนายเอกนิติ กล่าวปราศรัยกับชาวสงขลา ว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งที่ 2 ในชีวิต และไม่เคยปราศรัยสถานที่ที่มีคนเยอะแบบนี้มาก่อน ตนจะเล่าให้ฟังว่าวันที่ออกจากราชการ แม้อายุราชการเหลือ 6 ปี แต่นายอนุทิน ให้โอกาสมาฟื้นเศรษฐกิจไทย ตนถึงลาออกจากราชการเพราะมองว่าประเทศไทยเหมือนรถยนต์ติดหล่ม ฉะนั้นเราจึงต้องยกรถยนต์ออกจากหล่มให้ได้ จึงมีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งสงขลาถือว่าเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ของภาคใต้ ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส คนสงขลาได้ลงทะเบียนกว่า 5 แสนคน ทำให้เงินสะพัดกว่า 2,500 ล้านบาท ทำให้จากที่ลาออกราชการมาไม่เคยเสียใจเลย เพราะเห็นว่าทุกคนยิ้มแย้ม มีความสุขช่วยเขาลดภาระออกไปครึ่งหนึ่ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายของดีขึ้น และจากการดูข้อมูลชี้ชัดแล้วว่า เราทำให้เศรษฐกิจไทยพ้นออกจากหล่มได้ รอบนี้ถ้าหากให้เวลาอีก 4 ปี ตนมั่นใจว่าจะทำให้ทุกคน มีความสุขมากขึ้น รายได้มากขึ้น


“ธนกร” อ้อนคนสงขลา เคยรัก “ลุงตู่” ขอรัก “ลุงหนู” ซัดกลับพรรคส้ม-แดง-ฟ้า


ขณะที่นายธนกร กล่าวปราศรัยว่า บรรดานายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่มีใครเก่งเหมือนนายอนุทินอีกแล้ว วันนี้นั่งเครื่องบินจากการปราศรัยที่จังหวัดศรีสะเกษมาต่อยังจังหวัดสงขลา อีกทั้งนายอนุทิน เหมาะกับการเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยมากที่สุด เนื่องจากเป็นนักบริหารมืออาชีพ ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขอให้ไปดูว่าแคนดิเดตของพรรคการเมือง โดยยกตัวอย่างพรรคการเมืองสีส้ม ที่มีแต่คำถามว่ามีทหารไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะ แล้วประชาชนจะให้คะแนนได้อย่างไร วาทะที่บอกมีส้มไม่มีเทา มีส้มไม่มีเทา แต่ผู้สมัครถูก สส.จับกุมคดียาเสพติด แบบนี้ก็เลือกไม่ได้


ส่วนพรรคสีแดง แคนดิเดตคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เหมาะที่จะเป็นอาจารย์ ไม่เหมาะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนอีกคนซึ่งไม่อยากพูดถึงมาก คือสีฟ้า ขึ้นเวทีก็โจมตีเรื่องน้ำท่วม ซึ่งตนมาแก้ปัญหากับนายอนุทิน ซึ่งเงินเยียวยาเหลือเพียงงวดสุดท้าย ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ทำ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้อนุมัติเงินเยียวยา แต่ตนมั่นใจว่าเงินเยียวยารอบสุดท้ายนี้จะถึงมือประชาชนอย่างแน่นอน


นายธนกร ระบุอีกว่า เชื่อว่าประชาชนจำตนได้จากการที่มาติดตามทำงานกับพลเอกประยุทธ์ อีกทั้งโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลลุงตู่ ซึ่งตนก็อภิปรายนโยบายคนละครึ่งนี้ในสภามาโดยตลอด แต่เมื่อรัฐบาลนายอนุทินมาถึงไม่กี่เดือนจึงสานต่อโครงการนโยบายคนละครึ่งพลัส ขณะที่นโยบายสวัสดิการแห่งรัฐจะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น และจะดำเนินให้ทุกคนเข้าสู่หลักเกณฑ์อย่างครบถ้วน


“อยากจะกราบพี่น้อง ประชาชนเคยศรัทธาน้อง รักลุงตู่ ขอให้รักลุงหนูด้วย อย่าแบ่งใจไปให้ใคร ต้องเลือกทั้งคนเลือกทั้งพรรค เพื่อให้นายอนุทินกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก”


“ศุภชัย” เดือด อัด “ปชป.” การเมืองสุจริตจริงหรือ


ส่วนนายศุภชัย ขึ้นปราศรัยหาเสียง ว่าที่ผ่านมา 30 ปี ภาคใต้ไม่ได้พัฒนา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พรรคการเมืองที่ดีแต่พูด จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีนายกรัฐมนตรีสองสมัย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสองสมัย แต่ยังคงเหมือนเดิม ภาคใต้เหมือนเดิม ทั้งที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ต่างจากจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวประชาชนเอง พี่น้องก็เลือกแค่เขา


ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า ไม่เอาทุนเทา อยากถามว่าจริงหรือไม่ จังหวัดสงขลาสะอาดจริงหรือ เพราะวันนี้ก็รู้ว่าใครตั้งบ่อนอยู่ตรงไหน ใครทำการพนันออนไลน์ มีหน่วยตำรวจคอมมานโดจับกุมอัยการกระทั่งถูกย้ายไปสามคน


นายศุภชัย กล่าวถึงนายชวน หลีกภัย ว่ารู้หรือไม่ว่าความสุจริตควรจะเริ่มจากที่บ้าน เพราะนายชวนมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เป็นผู้จัดการธนาคารแต่ยักยอกเงินธนาคาร มีคดีติดตัวเมื่อ พ.ศ. 2537 แล้วตำรวจไม่เข้าไปจัดการจนคดีหมดอายุความ อีกทั้งมีพี่ชายเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีสองคดีจนศาลตัดสินจำคุก สิ่งที่จะบอกว่าอย่าเอาปากไปบอกใครว่าสุจริต ฉะนั้น ที่ออกมาว่าคนอื่นทุจริต ภาษาพูดเรียกว่าอวดอุตริอวดตัวเองดี แต่คนอื่นเลวหมด นี่คือสันดานของพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือคนขี้โกหก ตนจึงอยากจะบอกว่าภาคใต้อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องความหล่อของนายอภิสิทธิ์ และอย่าไปหลงกับคำหล่อ คำหวาน


ซัด “อภิสิทธิ์” ย้อนแย้งไม่เอา “กล้าธรรม” แต่คนบ้าน “ขาวทอง” เหยียบเรือสองแคม


นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้เปลี่ยนไปมาก ในจังหวัดตรัง 4 เขต พรรคภูมิใจไทยมาหมด ส่วนเขตบ้านนายชวนไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์มาสองสมัยแล้ว แต่จะกลับมาบอกคนสงขลาว่าช่วยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่มีทางจะมาหลอกคนสงขลาได้


นายศุภชัย ยังกล่าวถึงการที่นายอภิสิทธิ์บอกว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีอุดมการณ์ ซึ่งเป็นลูกนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นายวงศ์วชร ขาวทอง ไปลงสมัคร สส. พรรคกล้าธรรม แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่าไม่จับมือกับพรรคนี้ ซึ่งพี่น้องสองคนนี้เป็นคนบ้านเดียวกัน ตนไม่อยากจะใช้คำว่าพรรคประชาธิปัตย์หลอกลวงใส่ประชาชน แต่วันนี้ต้องสั่งสอนพรรคประชาธิปัตย์ให้รู้ว่าพรรคนี้หลอกประชาชนมา 30 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัยนายอนุทิน ได้นำแกนนำพรรค ผู้สมัคร สส. และประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยยืนตรง พร้อมทั้งร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน