“พริษฐ์” หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ หากคนไม่เห็นชอบ ซัดอย่ากล่าวหาลอย ๆ ไม่ยอมแก้รายมาตรา บอก ปชน. ยื่นสภากว่า 30 ร่าง แต่ผ่าน 1 ร่าง เพราะ เสียง สว. “จาตุรนต์” อัดยับ 8 ปีพิสูจน์แล้ว รธน. เอื้อโกงมากกว่าปราบโกง ไม่ต้องถามจุดยืนเพื่อไทย เพราะเสนอเป็นนโยบายให้ กกต. แล้ว
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ในงานรณรงค์การออกเสียงประชามติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วงหนึ่ง ว่า วันนี้มาร่วมกิจกรรมที่ถูกจัดโดยภาคประชาชนใน 2 สถานะ คืออันแรกในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชน เพื่อมายืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าพรรคประชาชนยืนยันสนับสนุนและเชิญชวนให้พี่น้องทุกคนกาเห็นชอบในการทำประชามติ
แต่สถานะที่ 2 คือการมายืนยันในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าเป้าหมายในการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่โปร่งใสเป็นประชาธิปไตยและประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าภารกิจของพรรคการเมือง เปรียบเสมือนการแข่งขันฟุตบอล อย่างลิเวอร์พูลกับแมนยูแข่งกันอย่างเข้มข้นหมั่นไส้กันบ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กติกาฟุตบอลไม่เป็นธรรมไม่มีความโปร่งใส พวกเขาจะผนึกกำลังกันอย่างแน่นอน
ส่วนที่ต้องมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตนก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญ 60 เราจะยังคงอยู่กับปัญหาอย่าง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่เข้มงวดกับการตรวจใบเสร็จคุณครูเวลาซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่เวลาก่อสร้างตึกของตัวเองมีความหละหลวมทุกอย่างตรวจสอบได้ยาก มี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ที่ประชาชนตั้งคำถามว่ายืนอยู่ข้างความโปร่งใสจริงหรือไม่ มีทั้งกรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อนหรือล่าสุดกรณีรับสินบนทองคำ เราจะยังมี สส. ที่เดินหาเสียงสวมเสื้อพรรคหนึ่งพอเลือกตั้งไปไม่กี่เดือนก็ย้ายไปอีกพรรคหนึ่งเพื่อต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาตจากประชาชน เราจะยังมี สว. ที่มีอำนาจล้นฟ้าชี้ขาดได้ว่าใครจะไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระแต่กลับมีที่มาจากระบบที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนและสุ่มเสี่ยงต่อการฮั้ว เราจะยังมี กกต. ที่ทำงานค้านสายตาประชาชนและประชาชนถอดถอนไม่ได้ หลายปัญหาจะแก้ได้คือต้องแก้รัฐธรรมนูญ
...
ซัด อย่ากล่าวหาลอย ๆ ไม่ยอมแก้รายมาตรา บอก ปชน. ยื่นกว่า 30 ร่าง
นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ทำไมไม่พูดให้ชัดว่าจะแก้มาตราไหนเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ ตนและพรรคประชาชนยื่นร่างแก้ไขรายมาตราเข้าในสภาเกือบ 20 กว่าร่าง ถ้าเอามาเรียงกันพอจะคาดการณ์ได้ว่าเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร แต่เหตุผลที่เรายังไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด เพราะหากเราเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง คนที่จะมาออกแบบว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็คือประชาชนทุกคนทั่วประเทศ
ส่วนที่ถามต่อว่าก็รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน รู้ว่าจะแก้อะไรทำไมไม่แก้รายมาตราต้องมาจัดทำฉบับใหม่ ก็ต้องตอบกลับไปว่าการแก้รายมาตราเราพยายามมาหลายครั้งแล้วเกือบจะ 30 ครั้งพยายามแก้ไปแบบคู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ตนก็ไม่ติดใจ เห็นด้วยและสนับสนุน ที่ผ่านมายื่นไปเกือบ 30 ร่าง ผ่านร่างเดียวเพราะไปติดเงื่อนไข 1 ใน 3 ของ สว. หากเราเดินหน้าแก้ไขแบบรายมาตรา คนที่จะชี้ก็คือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากเราจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และไม่เติมเงื่อนไข 1 ใน 3 สว. กลับไปอีก คนที่จะชี้ขาดก็คือประชาชนผ่านการทำประชามติ
“การทำประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีอนาคตของประเทศเป็นเดิมพัน ถ้าเราชนะร่วมกันเราจะนำพาประเทศไปสู่การเปิดประตูบานแรกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าเราแพ้ในวันที่ 8 ก.พ. มีความเสี่ยงว่าเราจะแพ้ไปอีกนาน ถ้าแพ้ไปแก้รายมาตราได้หรือไม่ ก็ต้องบอกตามตรงว่าหากแพ้รอบนี้มีโอกาสสูงว่าประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะปิดในทุกบาน ถ้าเกิดผลประชามติออกมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเชื่อว่าจะมีคนในรัฐสภาจะเอาผลประชามติดังกล่าวมาตีความ ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำฉบับใหม่ หมายความว่าเขาชื่นชอบรัฐธรรมนูญปี 60 จะแก้มาตราไหนเขาก็ไม่ยอมให้แก้” นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ถ้าเราทุกคนอยากหลุดพ้นจากระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนที่เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญ 60 วันที่ 8 ก.พ.นี้ เราต้องมาร่วมกันชนะและชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงและพลังของประชาชนมีมากพอในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภา และผู้มีอำนาจในองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำให้เห็นชัดว่าประชาชนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเราต้องร่วมกันชนะเพื่อตอกย้ำว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉันทามติใหม่ของคนไทยทุกคน ทุกเฉดสีทางการเมือง เพราะฉะนั้น 8 ก.พ. กาเห็นชอบ
“จาตุรนต์” อัดยับ 8 ปีพิสูจน์แล้ว รธn. เอื้อโกงมากกว่าปราบโกง
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการรัฐศาสตร์พรรคเพื่อไทยและประธานกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน กล่าวปราศรัยบนเวที ขบวนสุดท้าย ปล่อยท่าไม้ตายประชาชน ซึ่งจัดโดยไอลอว์และภาคประชาชน เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เห็นชอบประชามติแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มานาน เราพยายามรณรงค์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบเมื่อปี 2562 แต่การทำประชามติในครั้งนั้นเป็นแบบไม่เสรี ไม่เที่ยงธรรม ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เห็นต่างแสดงความเห็น นักการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่สามารถแสดงความเห็นการทำประชามติในครั้งนั้น จึงเป็นการโกงสิทธิ์ของประชาชนไป ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา
“ผ่านไป 8 ปียิ่งเห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิเสรีภาพของประชาชนไปอยู่ในหมวดหน้าที่ ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในเรื่องการศึกษาก็ดี สาธารณสุข ในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมก็ดี ต้องถูกลดทอนไป ถูกจำกัดไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงผ่าน 8 ปี การปราบปรามทุจริตของประเทศไทยยิ่งเสียหาย ยิ่งถดถอย ดัชนีชี้วัดที่องค์กรระหว่างประเทศที่ประเมินมาก็พบว่าการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยอยู่อันดับแย่ลง ๆ ที่เป็นอย่างนี้เพราะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันคือองค์กรอิสระทั้งหลาย แต่องค์กรอิสระทั้งหลายขาดความเป็นอิสระ อยู่ภายใต้สังกัดของ คสช. รัฐบาล คสช. โดย สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง และต่อมาก็โดย สว. ที่ประชาชนทั่วประเทศเห็นกันอยู่ ตั้งคำถามอยู่ว่ามาจากการฮั้วใช่หรือไม่” นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นองค์กรอิสระไม่เป็นอิสระมาตั้งแต่ต้น อิสระอย่างเดียวคืออิสระจากประชาชน เมื่อการทุจริตการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาแบบนี้ พี่น้องเสียภาษีกันไปปีหนึ่ง 3 ล้านล้านบาท รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่เอื้ออำนวยให้เกิดการโกง เป็นเหตุผลสำคัญที่เราทำให้เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังสืบทอดอำนาจของ คสช. ที่สำคัญต่อเนื่องมาคือการมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้พรรคการเมืองรัฐบาลใด ๆ ก็ไม่อาจมีนโยบายที่ดีที่สุด ที่ทำให้ประเทศปรับตัวเข้ากับความผันผวนของโลก ไม่อาจทำให้ประเทศไทยเติบโตพัฒนาทันประเทศอื่น และยังถูกประเทศต่าง ๆ กำลังจะแซงไป ถ้ายังมียุทธศาสตร์ชาติอยู่อย่างนี้ประเทศไทยก็จะล้าหลังต่อไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งจำเป็นให้ประเทศปรับตัวได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ คนรุ่นลูกหลานจะได้ไม่ต้องอยู่กับกติกาที่ล้าหลัง และทำให้ประเทศต้องล้าหลังไม่มีอนาคตสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่
ไม่ต้องถามจุดยืน “เพื่อไทย” เพราะเสนอเป็นนโยบายให้ กกต. แล้ว
นายจาตุรนต์ ระบุว่า จะแก้รายมาตราก็ใช้เวลานาน สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่มีทางแก้ได้ สว. หนึ่งในสามไม่เห็นด้วย เราจึงเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเชื่อมโยงกับประชาชนมากที่สุด เพื่อแก้ข้อครหาที่บอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ทำการครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมือง เราจึงเสนอมาแต่ต้นว่าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้จัดทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากประชาชน
พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รณรงค์ให้ประชาชนเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการทำประชามติ นโยบายนี้ได้เสนอต่อ กกต. อย่างเป็นทางการในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีคำถาม ไม่มีปัญหาว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนอย่างไร มีนโยบายอย่างไร