เปิดอัตราค่าตอบแทน กปน. เลือกตั้ง 2569 และตำแหน่งอื่นๆ ทำงานในวันเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ ได้เงินกี่บาทต่อวัน “สมชัย” เผย แยกออกเป็น 2 ชุด กปน.เลือกตั้ง 9 คน และ กปน.ประชามติ 5 คน
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 และการออกเสียงประชามติ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดหีบให้ประชาชนเข้าคูหาใช้สิทธิออกเสียงเลือก สส. และพรรคการเมือง รวมถึงทำประชามติ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลาปิดหีบ 17.00 น.
ในการจัดการเลือกตั้งทุกครั้ง กกต. ต้องมีการเตรียมพร้อมหลายด้าน รวมถึงการจัดให้การเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ดำเนินไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และเป็นธรรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี “กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง” หรือที่เรียกโดยย่อว่า “กปน.” มาดำเนินการทั้งอำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ไปจนถึงการนับและรายงานผลการนับคะแนน นอกจากนี้ ยังต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหีบบัตร บัตรเลือกตั้ง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วย
ค่าตอบแทน กปน. เลือกตั้ง 2569
สำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึง กปน. มีบัญชีอัตราค่าตอบแทนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดให้วันออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568
1. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 25,000 บาทต่อเดือน
2. ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 25,000 บาทต่อเดือน
...
3. กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 22,000 บาทต่อเดือน
4. อนุกรรมการประจำเขตการเลือกตั้ง ค่าตอบแทน 16,000 บาทต่อเดือน
5. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ธุรการ/การเงิน) ค่าตอบแทน 19,000 บาทต่อเดือน
6. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (ธุรการ/การเงิน) ค่าตอบแทน 13,000 บาทต่อเดือน
7. เจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง 13,000 บาทต่อเดือน
8. ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง/ออกเสียง
- วันอบรม 300 บาทต่อวัน
- วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
- วันเลือกตั้ง/วันออกเสียง 1,000 บาทต่อวัน
- เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
9. ประธานกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางในเขต/นอกเขตเลือกตั้ง/สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ/ประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียง/ประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
- วันอบรม 300 บาทต่อวัน
- วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
- วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 700 บาทต่อวัน
- เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
10. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง/กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางในเขต/นอกเขตเลือกตั้ง/สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ/กรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียง/กรรมการประจำที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ
- วันอบรม 300 บาทต่อวัน
- วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
- วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 600 บาทต่อวัน
- เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
11.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
- วันอบรม 300 บาทต่อวัน
- วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ 250 บาทต่อวัน
- วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 600 บาทต่อวัน
- เพิ่มค่าพาหนะคนละ 200 บาทต่อวันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียง
12. กรรมการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง
- วันอบรม 300 บาทต่อวัน
- วันเลือกตั้ง/วันออกเสียงลงคะแนน 350 บาทต่อวัน
13. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน เจ้าหน้าที่รวมคะแนน 350 บาทต่อวัน (ผู้ช่วยปฏิบัติงานชั่วคราว เป็นรายวัน)
14. คณะบุคคลหรือคณะทำงานหรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน 350 บาทต่อวัน (ผู้ช่วยปฏิบัติงานชั่วคราว เป็นรายวัน)
15. ค่าตอบแทนจัดสถานที่และทำความสะอาดหน่วยเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งละ 300 บาท (เฉพาะหน่วยเลือกตั้งปกติ)
16. ค่าตอบแทนการขนส่งสิ่งของวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งละ 400 บาท (เฉพาะหน่วยเลือกตั้งปกติ)
ในช่วงท้ายของบัญชีอัตราค่าตอบแทนด้วยว่า บุคคลตามลำดับที่ 1-4 และลำดับที่ 6-7 ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน 2 เดือน กรณีมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ให้ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งจนเสร็จสิ้นภารกิจ กรณีปฏิบัติงานไม่ครบ 1 เดือนหรือ 30 วันให้คิดค่าตอบแทนเป็นรายวัน
ส่วนบุคคลตามลำดับที่ 8-14 ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและได้รับค่าตอบแทนเป็นรายวัน ขณะที่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา (เฉพาะ อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี) ให้เพิ่มค่าตอบแทนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในวันอบรม วันรับวัสดุอุปกรณ์ และวันออกเสียงหรือวันเลือกตั้ง ให้บุคคลลำดับที่ 8-12 ในอัตราสองเท่า ส่วนลำดับที่ 13-14 ให้เพิ่มในอัตราสองเท่าเฉพาะวันออกเสียงหรือวันเลือกตั้ง หรือวันปฏิบัติงานตามบัญชีจัดสรรและภายในกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำหรับกรณีมีการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ นับคะแนนใหม่ ออกเสียงใหม่ หรือนับคะแนนออกเสียงใหม่ ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือคณะกรรมการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการนับคะแนนบัตรออกเสียง ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดียวกันกับค่าตอบแทนในวันอบรม วันรับหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์และวันเลือกตั้งแล้วแต่กรณี
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เคยโพสต์ข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่าย กปน. ไว้เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาว่า แม้ กกต. จะไม่พูดให้ชัดเจนว่า การจัดประชามติคราวนี้ ใช้เงินเท่าไร แต่พอประมาณการจากงบประมาณทั้งหมดที่ขอรัฐบาล 8,900 ล้านบาท หักค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งที่เคยใช้ในปี 2562 5,900 ล้าน เป็นตัวเลขค่าจัดประชามติกลม ๆ ได้ 3,000 ล้านบาท
ส่วนคำถามว่าทำไมจัดพร้อมเลือกตั้งยังต้องใช้เงินถึงเฉียด ๆ 3,000 ล้านบาท ไปดูระเบียบของ กกต. ที่ออกมาจะได้คำตอบ
1. การจัดเลือกตั้งกับการจัดออกเสียงประชามติ ใช้กรรมการประจำหน่วยคนละชุดกัน โดยมี กปน.เลือกตั้ง 9 คน ส่วน กปน.ประชามติ 5 คน
2. มีการขึ้นค่าตอบแทน กปน. จาก 650 บาท เป็น 800 บาท
3. มีการขึ้นค่าตอบแทน ประธานเขต และ ผอ. เขต จาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาทต่อเดือน (จ่าย 2 เดือน)
4. มีการขึ้นค่าตอบแทน กรรมการเขต จาก 12,000 บาท เป็น 22,000 บาทต่อเดือน (จ่าย 2 เดือน)
5. มีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น การพิมพ์เอกสารแจกจ่ายตามบ้าน การพิมพ์บัตรออกเสียง การจัดส่งบัตร ฯลฯ
“เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่ต้องมี กปน. เลือกตั้ง 9 คน และ กปน.ประชามติ 5 คน การจัดหน่วยจึงต้องแยกหน้าที่ของ กปน. 2 ชุดให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน เดี๋ยวโดนหาว่าไม่ทำงาน วันที่ 8 ก.พ. 2569 วันเลือกตั้งและวันออกเสียงประชามติ เมื่อเราไปถึงหน่วยเลือกตั้ง เราจะพบเต็นท์ที่ขยายเป็น 2 เท่า เจอ กปน. 2 ชุดแยกกันทำงาน ต้องเข้าคิว 2 ครั้ง ตรวจชื่อแสดงตนด้วยบัตรประชาชน 2 รอบ รับบัตร 2 ครั้ง เข้าคูหากาบัตร 2 ที แทนที่จะใช้ กปน.ชุดเดียวทำครั้งเดียว และสะดวกต่อประชาชน”