“ชัยชนะ เดชเดโช” ช่วยแม่ต้อย-กนกพร หาเสียงโค้งสุดท้าย มั่นใจประชาธิปัตย์กวาด สส.ภาคใต้มากสุด หลัง “พิพัฒน์” ด้อยค่าวาทกรรมสมบัติพ่อเฒ่า เชื่อวันนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว 95%
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่ช่วยนางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เบอร์ 5 เขต 4 โดยนางกนกพรมั่นใจ ว่าจะสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ จากที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมานาน โดยเฉพาะงานด้านสตรีและเคยเป็นอดีตนายก อบจ. มาก่อน
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกรณีการประเมินเก้าอี้ที่นั่ง สส.ภาคใต้ ในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ต้องยอมรับว่าสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถทำให้พรรคได้รับคะแนนนิยมในพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ซึ่งจากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็เคยถูกแบ่งไปให้คนอื่น และสิ่งที่ชัดเจนก็คือว่า เราไม่ได้เห็นอะไรในพื้นที่ภาคใต้ที่พัฒนาดีขึ้น และจากที่ตนได้ลงพื้นที่กับหัวหน้าพรรคทุกจังหวัดเราก็ได้รับความไว้วางใจ และการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจน ว่าจะเป็นการสร้างการเมืองสุจริต การเมืองสีขาว หรือเป็นการเมืองทุจริตที่มุ่งหวัง ในการหาเสียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นจะเห็นได้จากการเปิดวิธีปราศรัยทั้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง และตรัง ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเวลาอีกประมาณ 4 วัน จะถึงวันเลือกตั้ง ในฐานะที่ตนเป็นรองหัวหน้าพรรคกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ตนเชื่อว่าภาคใต้จะกลับมาได้เยอะกว่าเดิม และเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะได้ สส. ในพื้นที่มากกว่า 25 ที่นั่ง
...
ส่วนที่มองว่าในพื้นที่ภาคใต้เป็นการสู้กันระหว่างพรรคสีน้ำเงิน สีฟ้า และสีส้ม จะมีนโยบายอะไรมาดึงกระแสกลับ นายชัยชนะ กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้ประชาชน 100% ตัดสินใจแล้วประมาณ 95% เหลืออีกเพียง 5% ซึ่งตนคิดว่าการตัดสินใจของประชาชน มีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว และที่สำคัญแม้ว่าจะเป็นช่วงโค้งสุดท้าย มีการเอาเงินมาลงพื้นที่ภาคใต้มากมาย ก็เชื่อได้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจคนได้แล้ว ตนจึงอยากช่วยๆประชาชนทุกคนทั้งในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศ ต้องให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่า การที่ระบุว่า 30 ปีทำอะไรหรือไม่ทำต้องยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นรัฐบาล ในช่วงเวลา 30 ปีนี้ แค่ 4 ปีกว่า และเชื่อว่าสิ่งที่ได้ทำนั้นคนใต้ทราบดีว่าประชาธิปัตย์ได้ทำอะไรให้พื้นที่ภาคใต้บ้าง และเชื่อว่า 8 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าประชาชนคิดอย่างไร
ส่วนวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ในฐานะที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้จะทำอย่างไรให้คนรู้สึกว่าประชาธิปัตย์คือสมบัติจริงๆ นายชัยชนะกล่าวว่าคำพูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนักการเมือง แต่เกิดจากประชาชน และคิดว่ากระแสตรงนี้ปิดไปแล้ว แล้วคนก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตนก็มั่นใจว่าความรู้สึกที่ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนใต้ หรือเป็นสมบัติของเขา ก็มีความชัดเจนว่าการออกมาฟังปราศรัย และการตอบรับของคนในพื้นที่ก็ชัดเจน
ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่านับวัน สส. ของพรรคประชาธิปัตย์จะยิ่งลดลง นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องไปถามนายพิพัฒน์ เพราะเป็นคนพูด ซึ่งตนยอมรับว่า สส.พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนลดลง แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มากกว่าพรรคภูมิใจไทยทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ชัดเจน ตนก็นั่งฟังพี่นายพิพัฒน์บอกว่าจะได้ 30 ตนคิดว่าทั้งตนและนายพิพัฒน์มี 1 เสียงเท่ากันแต่คนตัดสินใจก็คือ ประชาชนทั้ง 7 ล้านกว่าคน ที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นจะไปพูดว่าพรรคนั้นได้น้อยได้เยอะ รอวันที่ 8 กุมภาพันธ์ดีกว่า ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าประชาธิปัตย์ ได้มาแลนสไลด์ภาคใต้ก็ต้องยอมรับ เป็นนักกีฬา เวลาผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ และขออย่ามีข้ออ้าง ถ้าวันหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จ คนอยู่ในการเมืองมา 10 กว่าปี ตนยอมรับผลที่เกิด วันนี้เรารู้ว่าสู้กับอะไร แต่เชื่อมั่นและศรัทธาในประชาชนที่มีให้กับเรา ตนคิดว่ามือของประชาชน เป็นอำนาจประชาธิปไตยโดยตรง ประชาชนจะเลือกใครไปบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องคิดพิจารณาให้ดี เพราะฉะนั้นตนมีความมั่นใจ ว่าประชาธิปัตย์ ได้เยอะกว่าเดิม และได้เยอะที่สุดในภาคใต้