“อภิสิทธิ์” หาเสียงคลองเตย-วัฒนา ช่วย “พงศกร” ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต ยันคัดผู้สมัครเคร่งครัด ไร้ปัญหาคุณสมบัติ โต้ TDRI วิจารณ์งบนโยบาย ปชป. สูงเกินจริง ยันคำนวณรอบคอบ ไม่กระทบการคลัง
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 คลองเตยและเขตวัฒนา เพื่อช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กทม. หมายเลข 1 หาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดและชุมชน มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพและมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
...
นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า การกลับมาในเขตวัฒนาและคลองเตยครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการกลับมาบ้านเพราะเป็นเขตเลือกตั้งเก่าที่ตนเคยผูกพันและได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด ซึ่งในครั้งนี้ได้นำคนรุ่นใหม่อย่างนายพงศกรมาสานต่อเจตนารมณ์ในการรับใช้ประชาชน
แจงปมงบนโยบาย ปชป. สูงเกินจริง ยันคำนวณรอบคอบ-ไม่กระทบการคลัง
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ว่างบประมาณที่ใช้ในนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์มีวงเงินค่อนข้างสูง โดยระบุว่าข้อมูลที่ปรากฏเป็นการสื่อสารตามระเบียบของ กกต. ซึ่งต้องมองในมิติของระยะเวลาและโครงสร้างงบประมาณเดิมประกอบด้วย
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า งบประมาณที่ทางพรรคเสนอต่อ กกต. นั้น เป็นตัวเลขงบประมาณผูกพันในระยะเวลา 4 ปี ไม่ใช่การเบิกจ่ายในปีเดียว และที่สำคัญคือต้องพิจารณาว่าในหลายนโยบายเป็นการนำ “งบประมาณเดิม” ที่รัฐบาลจ่ายอยู่แล้วมารวมคำนวณด้วย นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการวิเคราะห์เรื่องนโยบายค่าไฟฟ้า โดยยืนยันว่านโยบายของพรรคในส่วนนี้ ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการปรับโครงสร้างราคาและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพรรคได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและวินัยการคลัง
“อยากจะชี้แจงเพิ่มเติมว่างบที่เราส่ง กกต. ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีเบี้ยยังชีพ เราจะต้องส่งงบเนี่ยทั้งโครงการ ทีนี้ปัจจุบัน จ่ายอยู่นะครับ 600 700 800 เราส่งไปว่า 1,000 จริงๆ ก็คือเรารวมที่จ่ายอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่อาจจะเกิดความเข้าใจกัน เพราะว่าทุกโครงการจะเป็นอย่างนี้ กับที่ TDRI ตั้งข้อสังเกตนั้นเราก็สงสัยนิดหน่อย เพราะว่าในกรณีของเรื่องค่าไฟ เราไม่ได้ใช้งบเลย คือยืนยันว่าเราได้ดูหมดแล้ว ว่าแต่ละปีงบที่เพิ่มขึ้น เมื่อดูไปถึงเรื่องของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างที่ยังมีอยู่ ที่สามารถที่จะกู้เงินกรณีการขาดดุลได้ เรามั่นใจว่าไม่มีปัญหา”
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงภาพรวมการวิจารณ์ของ TDRI ว่าเป็นการวิจารณ์ทุกพรรคบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคใหญ่อื่นๆ เช่น พรรคประชาชน จะพบว่าตัวเลขงบประมาณไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และในบางนโยบายพรรคประชาชนอาจมียอดงบประมาณสูงกว่าด้วยซ้ำ พร้อมแสดงความกังวลถึงความเหลื่อมล้ำในการให้ข้อมูลของแต่ละพรรคการเมือง โดยระบุว่ามีหลายพรรคที่นำเสนอนโยบายที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่กลับไม่เขียนระบุงบประมาณ ในเอกสารที่ส่งให้ กกต.
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีปัญหาขาดคุณสมบัติให้ศาลวินิจฉัยตัดสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องปกติทางกฎหมาย และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเลือกตั้ง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดขั้นตอนไว้ชัดเจน 2 ส่วน คือ 1. การรับรองตนเอง ผู้สมัครทุกคนต้องลงนามรับรองคุณสมบัติและความถูกต้องของข้อมูลตนเอง 2. การตรวจสอบเชิงรุก พรรคได้ส่งข้อมูลผู้สมัครไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบประวัติล่วงหน้า แม้บางครั้งจะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนจากหน่วยงานปลายทางก็ตาม โดยพรรคได้ทำหนังสือชี้แจงขั้นตอนทั้งหมดนี้ให้ทาง กกต. ทราบตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัคร เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามและความโปร่งใสในการคัดกรองบุคคล
สำหรับกรณีที่พบผู้สมัครในจังหวัดอุดรธานีขาดคุณสมบัติเนื่องจากเคยมีคำพิพากษาในปี พ.ศ. 2550 นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า กรณีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากผู้สมัครรายดังกล่าวเคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้วทั้งในปี 2562 และ 2566 ซึ่งในขณะนั้นทั้งข้อมูลของพรรคและระบบการตรวจสอบของ กกต. เองก็ไม่ปรากฏประวัติความผิดนี้ เพิ่งจะมีการตรวจพบในการเลือกตั้งครั้งนี้โดย กกต. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ส่วนกังวลเรื่องความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรคหรือโอกาสที่จะส่งผลกระทบมาถึงพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า พรรคได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการตรวจสอบแล้ว และได้ชี้แจงแนวทางการทำงานให้ กกต. ทราบอย่างละเอียดล่วงหน้า ไม่ได้เป็นการมาชี้แจงภายหลังเมื่อเกิดปัญหา พรรคประชาธิปัตย์แจ้งขั้นตอนไปตั้งแต่วันแรกว่ากระบวนการตรวจสอบของประชาธิปัตย์คืออะไร ทุกอย่างทำโดยเปิดเผยและสุจริตใจ ส่วนเรื่องรายบุคคลที่อาจมีปัญหาเรื่องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือข้อมูลส่วนตัวที่ตกหล่น เจ้าตัวจะต้องเป็นผู้ชี้แจงตามกระบวนการ
“เราพยายามตรวจสอบแล้วนะครับ แล้วก็แจ้งไปแล้วว่าขั้นตอนเราคืออะไร ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย”